The Goal Post

The Goal Post

เดอะโกลโพส : วิเคราะห์ฟุตบอลเอฟเอคัพ2019/20 รอบรองชนะเลิศ

X บวกสิบเอเชียภาคภูมิใจเสนอบทวิเคราะห์ก่อนเกมการแข่งขันฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพในรอบรองชนะเลิศ ณ สนามเวมบลี่ย์ โดยเป็นศึกใหญ่ของทีมใหญ่ทั้ง4ของเกาะอังกฤษ อาร์เซนอล – แมนเชสเตอร์ซิตี้ อาร์เซนอลมีดีกรีเป็นถึงแชมป์13สมัยสำหรับถ้วยนี้ หวังเดินหน้าเต็มที่เพื่อคว้าแชมป์ถ้วยนี้ให้ได้เนื่องจากหากจะไปหวังการทำอันดับไปเตะยูโรป้าลีกส์ก็คงยากแล้ว มิเกล อาร์เตต้ายังคงไม่อาจใช้งานนายด่านเยอรมันอย่างแบร์น เลโน่ยังเจ็บอยู่ ตำแหน่งผู้รักษาประตูจึงเป็นโอกาสของเอมิริเลียโน่ มาร์ติเนซต่อไป กองหลังดาวิด ลุยส์ประสานงานกับชโคดาน มุสตาฟี่ และร็อบ โฮลดิ้ง กองกลางส่งดานี่ เซบายอสลงขับเคลื่อนเกมร่วมกับกรานิต ชาก้า โดยมีฟูลแบ็คซ้ายขวาเป็นคีแรน เทียร์นี่ย์ และเฮคตอร์ เบเยริน เกมรุกวางสามประสานนิโกล่า เปเป้,ปิแอร์ เอมริค โอบาเมยอง และเอ็ดดี้ เอ็นเคเทีย ส่วนเป๊ป กวาร์ดิโอล่าคงจะให้โอกาสแข้งสำรองได้ลงเล่นกันบ้าง เพื่อไปเก็บนักเตะไว้บู๊เกมลีกกับถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่า แนวรับจึงน่าจะพักนิโกล่า โอตาเมนดี้ และให้จอห์น สโตนจับคู่กับเอริค การ์เซีย แดนกลางฟิล โฟเด้นน่าจะได้ลงปั้นเกมแทนเควิน เดอ บรอยด์ เคียงข้างกับอินคาย กุยโดกัน และดาวิด ซิลวา ความหวังเกมรุกยังคงเป็นกาเบียล เฆซุส เนื่องจากกุน อเกวโร่ยังคงไม่สมบูรณ์ แม้ซิตี้จะดูดีกว่าแต่ทว่าด้วยตัวผู้เล่นที่ไม่เต็มที่จึงเชื่อว่าคงกินปืนใหญ่ลำบาก ฟันธงอาร์เซนอลเฉือนชนะ

09 Aug 2020 23:58
The Goal Post

เดอะโกลโพส : วิเคราะห์โค้งสุดท้ายพรีเมียร์ลีก

X บวกสิบเอเชียขอนำทุกท่านเข้าสู่โค้งสุดท้ายของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่กำลังลุ้นสนุกทั้งในส่วนของการลุ้นโควต้ายุโรป และหนีตกชั้น เชลซี – วูล์ฟแฮมตันวันเดอร์เรอร์ สิงห์บลูจำเป็นต้องชนะเพื่อการันตีโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีก แฟรงค์ แลมพาดจำต้องส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม โดยไม่มีเอ็นโกโล่ กองเต้ และวิลเลี่ยน แต่กระนั้นแนวรุกที่เหลือย่างเมสัน เม้าส์,คริสเตียน พูริซิส และโอริวิเย่ร์ ชิรูด์ก็ยังพร้อมทำสกอร์ ส่วนทีมหมาป่าที่ลุ้นโควต้ายูโรป้าลีกส์ก็หวังมีแต้มกับเค้าเหมือนกัน กุนซือนูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้จะสั่งลูกทีมเน้นเล่นแบบรัดกุมโดยหวังพึ่งทีเด็ดจากการเล่นโต้กลับเร็วด้วยผู้เล่นอย่างรูเบน เนเวส,อดาม่า ตราโอเร่ และราอูล ฆิเมเนซ หลังพิงฝาสำหรับเชลซีจึงเชื่อแลมพาดจะเก็บชัยชนะได้ สกอร์ที่คาด 2-0 เลสเตอร์ซิตี้ – แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จิ้งจอกสยามฟอร์มหดหายนับตั้งพรีเมียร์ลีกกลับมาแข่งขันกันต่อ แถมผู้เล่นตัวเก่งก็ล้มเจ็บหลายคน เบน ชิลเวลล์,เจมส์ แมดดิสัน และฮาวี่ บาร์น แบรนดอร์น ร็อดเจอร์สหวังต้องฝากความหวังไว้ที่เจมี่ วาร์ดี้เพียงคนเดียวเท่านั้น รวมถึงการหยุดเกมรุกของคู่แข่งด้วยความหนึบของแคสเปอร์ ชไมเคิล ส่วนปีศาจแดงเองกำลังคึก ผู้เล่นอย่างบรูโน่ แฟนันเดซ,เมสัน กรีนวู๊ด,มาร์คัช แรฟฟอร์ด และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาลกำลังฟอร์มสะเด่าอย่างแรง จึงฟันธงได้ว่าทีมผีแดงจะบุกมาเยือนแบบไม่กลัวเจ้าบ้านและเอาชนะได้2-1 เวสต์แฮมยูไนเต็ด – แอสตันวิลล่า ขุนค้อนรอดตัวไปแล้วแต่ทว่าสิงห์ผงาดยังต้องการแต้มเพื่อการันตีการอยู่รอด

09 Aug 2020 23:54
The Goal Post

เดอะโกลโพส : วิเคราะห์นัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ2019/20 อาร์เซนอล vs เชลซี

X บวกสิบเอเชียภาคภูมิใจเสนอบทวิเคราะห์ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศถ้วยเอฟเอคัพ ที่จะแข่งกันในวันที่ 1 สิงหาคม 2020 ณ สนามเวมบลี่ย์ โดยเป็นศึกใหญ่แห่งเมืองลอนดอนเมื่อไอ้ปืนฬหญ่ อาร์เซนอล จะต้องชิงดำกับสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี อาร์เซนอล มีดีกรีเป็นทีมที่คว้าเอฟเอคัพมากที่สุดถึง13ครั้ง แถมฟอร์มช่วงหลังก็ผีเข้าแบบสุดๆเมื่อเอาชนะได้ทั้งแมนเชสเตอร์ซิตี้(เอฟเอคัพ) และลิเวอร์พูล(พรีเมียร์ลีก)มิเกล อาร์เตต้าน่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมเป็นหลัก ผู้รักษาประตูแม้ว่าแบรนด์ เลโน่จะกลับมาซ้อมได้แล้วแต่ทว่าคงยังไม่พร้อมซะทีเดียว จึงน่าจะเป็นเอมิเลียโน่ มาติเนซนายด่านชาวอาร์เจนไตน์ได้ออกสตาร์ทเฝ้าเสา แนวรับน่าจะปรับมาใช้กองหลังสามตัวสูตรเดิมที่ใช้ปราบแมนซิตี้โดยน่าจะเป็นเซอัด โคราซินัส,สโคดาน มุสตาฟี่ และดาวิด หลุยส์ วิงแบ็คสองข้างเป็นเอคตอร์ เบเยริน กับคีแรน เทียร์นี่ย์ แดนกลางปรับเป็นสามผู้เล่นเพื่อเน้นเเดนกลางดานี่ เซบายอส,กรานิต ชาก้า และลูคัส ตอเรร่า กองหน้าคู่จะเป็นเอ็ดดี้ เอ็นเคเทีย กับปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยอง เชลซี แฟรงค์ แลมพาดเองขุมกำลังค่อนข้างพร้อม แถมกำลังใจก็เต็มเปี่ยมหลังจากได้สิทธิไปเตะยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้าเป็นที่่เรียบร้อย ผู้รักษาประตูยังคงเป็นเกป้า อารีซาราบาก้า แนวรับสามประสานเคิร์ท ซูม่า,อันโตนิโอ รูดิเกอร์ และเซซาร์ อัซปิริกวยต้ากัปตันทีม แดนกลางเอ็นโกโร่ กองเต้ยังไม่พร้อมจึงเป็นโอกาสของมัตเตโอ โควาซิส และรอสส์

01 Aug 2020 22:03
The Goal Post

เดอะโกลโพส : วิเคราะห์&ฟันธงพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ที่34&35

X ตอนใหม่ล่าสุดของ “เดอะโกลโพส” เดน่าและจัสตินจะมาพูดถึงเกมพรีเมียร์3คู่ที่กลับมาแข่งขันกัน ซึ่งดูเหมือนว่าการไล่ล่าโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกกำลังดุเดือดมากๆ แอสตันวิลล่า – แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สิงห์ผงาดหลังพิงฝาแล้ว ข่าวดีคือ ไทรอน มิงส์,แจ็ค กรีลิช และแม็ตต์ ทาร์เก็ตต่างพร้อมกับมาเป็นตัวเลือก หน้ากรอบเขตโทษ เปเป้ เรน่าลงเฝ้าเสา เกมรับให้ไทรอน มิงส์คุมเกม แดนกลางให้ดั๊กลาส หลุยส์จับคู่กับจอห์น แม็คกินน์ เกมรุกวางแจ๊ค กรีลิชคอยปั้นเกม เพื่อเปิดป้อนให้เอ็มวาน่า ซามัตต้าในแดนหน้า ส่วนอสูรแดงลงตัวทั้งขุมกำลัง และฟอร์มการเล่นเมื่อเวลานี้บรูโน่ แฟร์นันเดซประสานงานกับปอล ป็อกบาอย่างลงตัว ผู้รักษาประตูเป็นดาบิด เด เคอาตามเดิม กองหลังให้แฮรี่ แม็คไกรส์จับคู่กับวิคตอร์ ลินเดอเลิฟต่อไป มิดฟิลด์สามตัวเนมานย่า มาติส,ปอล ป็อกบา และบรูโน่ แฟร์นันเดซ สามประสานเกมรุกวางมาร์คัช แรชฟอร์ด,เมสัน กรีนวู๊ด และอองโตนี่ มาร์กซิยาล แม้เจ้าบ้านจะสู้ยิบตาอย่างไรก็คงไม่อาจต้านทานฟอร์มปีศาจแดงในเวลานี้ได้ ฟันธงแมนยูฯบุกชนะ3-0 เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด – เชลซี ทัพดาบคู่ยังต้องรอลุ้นจอห์น ฟลิค,โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่

27 Jul 2020 03:25
The Goal Post

เดอะโกลโพส : วิเคราะห์&ฟันธงพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ที่32&33

X“เดอะโกลโพส” ต้องขอแสดงความยินดีกับชาวเดอะค็อปที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกได้สมใจ หลังจากนั้นเราจะมาพูดถึงเกมพรีเมียร์3คู่ที่กลับมาแข่งขันกันต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมนซิตี้ที่จะเปิดบ้านรับแชมป์คนใหม่อย่างลิเวอร์พูล เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด – ท็อตแน่มฮอตสเปอร์ส ทีมดาบคู่ฟอร์มหดหายไปเยอะหลังจากที่พรีเมียร์ลีกกลับมาแข่งกันต่อ ยังต้องรอลุ้นจอห์น ลันด์สตรัม กับแจ๊ค โอคอนเนลล์ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย จอมหนึบอย่างดีน แฮนเดอร์สันลงเฝ้าเสา เกมรับสามตัวคริส บาแชม,จอห์น อีแกน และแจ๊ค โรบินสัน แดนกลางเป็นการประสานงานกันระหว่างซานเดอร์ เบอเก้,โอลิเวอร์ นอร์วู๊ด และจอห์น เฟล็ค ความหวังเกมรุกฝากไว้ที่ตัวเก๋าอย่างบิลลี่ ชาร์ป ไก่เดือยทองขาดเพียงจาเฟ็ต ทาทันก้าเพียงรายเดียว จะไม่มีเอริค ดายเออร์ที่ติดโทษแบน และเดเล่ อัลลี่ที่เจ็บ ผู้รักษาประตูอูโก้ โยริสออกสตาร์ท แนวรับคู่กลางโทบี้ อันเดอร์ไวเรล และดาวินซอน ซานเชส แดนกลางวางโจวานนี่ โลเซลโซ่,เอริค ดายเออร์ และมุสซ่า ซิสโซโก้ เกมรุกฝากความหวังไว้กับแฮรี่ เคน และซนฮึงมิน เชฟฟิลด์ยูไนเต็ดแม้จะฟอร์มไม่ดีแต่คิดว่าคงไม่แย่ถึงขนาดแพ้ในบ้านน่าจะลงเอยด้วยการเสมอกันไป แมนเชสเตอร์ซิตี้ – ลิเวอร์พูล เป๊ป กวาร์ดิโอล่าแม้จะหมดลุ้นที่จะทำแต้มแซงได้แล้วแต่ก็คาดว่าใส่ผู้เล่นที่ดีที่สุด ขาดเพียงแฟร์นันดินโญ่ และกุน อเกวโร่เท่านั้น

27 Jul 2020 03:19
The Goal Post

เดอะโกลโพส : 10สโมสรพรีเมียร์ลีกที่ต้องเสริมทัพหนักมาก

X ในตอนนี้จัสตินได้นำเสนอ10สโมสรในพรีเมียร์ลีกที่จะต้องเสริมทัพเป็นการด่วนหากต้องการจะทำผลงานให้ได้ตามเป้าในฤดูกาลหน้า ลิเวอร์พูล : ฟูลแบ็ค แชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจนับตั้งแต่ก่อนวงการฟุตบอลจะโดนโจมตีโดยโคโรน่าไวรัส และฟูลแบ๊คสองฝั่งแอนดรูส์ โรเบิร์ตสัน และเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลต่างลงเล่นกับจนแทบไม่ได้พัก แต่มีเพียงเจมส์ มิลเนอร์เท่านั้นที่พอจะโยกไปช่วยเล่นแทนได้บ้างเป็นครั้งคราว แต่ทว่าวมิลเนอร์ก็อายุ34ปีเข้าไปแล้ว และน่าจะปลดประจำการในไม่ช้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ : กองหลังตัวกลาง นับเป็นฤดูกาลที่แนวรับมีปัญหามากสำหรับแชมป์เก่า เมื่อกองหลังพากันเจ็บหมดจนต้องเข็นแฟร์นันดินโญ่ลงไปเล่นแทน นั่นทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าน่าจะมองการกองหลังเข้ามาเป็นตัวเลือกเพิ่มหากต้องการทวงแชมป์พรีเมียร์ลีกคืน เลสเตอร์ซิตี้ : กองหน้า แม้หัวหอกกัปตันทีมอย่างเจมี่ วาร์ดี้จะยังคงเปรี้ยงป้างในซีซั่นนี้ แต่เค้าก็อายุปาเข้าไป33ปีแล้ว และในระยะยาวเค้าจำเป็นต้องส่งไม้ผลัดให้กับผู้เล่นกองหน้าคนอื่นๆดูบ้าง เชลซี : กองหน้า แฟรงค์ แลมพาดแบกทีมสิงห์บลูในซีซั่นนี้ได้อย่างวิเศษแม้เค้าจะไม่สามารถดึงแข้งใหม่มาช่วยได้เลยซักคนก็ตาม แต่ทว่าหัวหอกอย่างโอลิวิเย่ร์ ชิรุด์นั้นกำลังจะหมดสัญญาลงหลังจบฤดูกาลนี้ และพวกเค้าก็จะเหลือเพียงแทมมี่ อับบราฮัมกองหน้าวัยรุ่นเพียงรายเดียว และติโมร์ แวร์เนอร์ก็ดูจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่ดึงมาเสริมทัพ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด : กองหน้า โซลชาปล่อยทั้งอเล็กซิส ซานเชส และโรเมลู ลูกากูออกจากทีมไป นั่นทำให้พวกเค้าขาดแคลนผู้เล่นในตำแหน่งศูนย์หน้า แม้ว่าจะยืมโอเดี้ยน อิกาโล่มาช่วยแบบยืมตัวยันจบฤดูกาลนี้ก็ตาม ก็ยังเชื่อว่าปีศาจแดงจะได้เปิดตัวกองหน้าตัวใหม่ก่อนเริ่มต้นฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน วูล์ฟแฮมตันวันเดอร์เรอร์ : กองหลังตัวกลาง ทัพหมาป่าฟอร์มดีทั้งในพรีเมียร์ลีก

20 Jul 2020 02:59
The Goal Post

เดอะโกลโพส : วิเคราะห์&ฟันธงพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ที่30 ส่วนที่2

X ตอนใหม่ของ “เดอะโกลโพส” เดน่าและจัสตินจะมาพูดถึงเกมพรีเมียร์3คู่ที่กลับมาแข่งขันกันต่อได้หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด – เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด ปีศาจแดงได้น่าจะได้ตัวหลักกลับมาทั้งหมด ปอล ป็อกบา และมาร์คัช แรชฟอร์ดน่าจะพร้อมช่วยทีมได้แล้ว แต่ก็เชื่อว่าโซลชาน่าจะใส่ชื่อเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น ผู้รักษาประตูเป็นดาบิด เด เคอาตามเดิม เกมรับฝากฝังไว้กับแฮรี่ แม๊คไกวร์ แดนกลางวางบรูโน่ แฟร์นันเดซคอยปั้นเกม เกมรุกฝากความหวังไว้กับอองโตนี่ มาร์กซิยาล ส่วนทีมดาบคู่พบปัญหาใหญ่เมื่อดีน เฮนเดอร์สันจะไม่สามารถลงเฝ้าใส่ได้เนื่องจากทำเงื่อนไขเอาไว้ตั้งแต่ก่อนแมนยูฯจะปล่อยยืมตัวจอร์จ ลองได้เล่นแทน นอกนั้นตัวหลักอื่นๆอยู่กันครบ คริส บาแชม,บิลลี่ ชาร์ป และนีล คอลลินส์ แม้ก่อนหน้านี้เชฟฟิลด์ยูไนเต็ดจะเล่นได้เหนียวแน่นแต่การต้องพักลีกไปนานจึงทำให้ฟอร์มการเล่นของพวกเค้าขาดตอนจึงเชื่อว่าแมนยูฯจะเอาชนะได้1-0 เซาร์แธมป์ตัน – อาร์เซนอล ทัพนักบุญจะไม่มีมุตซ่า เฌเนโปรที่ติดโทษแบน และเชน ลองก็ยังคงต้องรอเช็กความฟิตในนาทีสุดท้าย ผู้รักษาประตูอเล็กซ์ แม็คคาธี่ลงเฝ้าเสา แดนกลางเจมส์ วอร์ด-เพร้าส์ จับคู่กับปิแอร์ ฮอยเบิร์ก คู่กองหน้าเป็นแดนนี่ อิงส์ และไมเคิล โอบาเฟมี่ ส่วนไอ้ปืนใหญ่ฟอร์มกำลังแย่แถมตัวแบน,ตัวเจ็บเพียบ ดาวิด ลุยส์ติดโทษแบน ส่วนปาโบล มารี,ลูคัส ตอร์เรร่า,แบรนด์

20 Jul 2020 02:55
The Goal Post

เดอะโกลโพส : วิเคราะห์&ฟันธงพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ที่30 ส่วนที่1

X ตอนใหม่ของ “เดอะโกลโพส” เดน่าและจัสตินจะมาพูดถึงเกมพรีเมียร์2คู่ที่กลับมาแข่งขันกันต่อได้หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ท็อตแน่มฮอตสเปอร์ส : แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ไก่เดือยทองดี๊ด๊าเต็มที่เมื่อ2ผู้เล่นเกมรุกอย่างแฮรี่ เคน และซนฮึงมินต่างพร้อมออกสตาร์ททั้งคู่ แต่เดเล่ อัลลี่ติดโทษแบน ผู้รักษาประตูอูโก้ โยริสออกสตาร์ท แนวรับคู่กลางโทบี้ อันเดอร์ไวเรล และดาวิตอน ซานเชส แดนกลางต๊องกีย์ เอนด็อมเบเล่ประสานงานกับแฮรี่ วิงส์,มุสซ่า ซิสโซโก้ กองหน้าตัวความหวังเป็นแฮรี่ เคน ส่วนปีศาจแดงน่าจะได้มาร์คัช แรชฟอร์ดกลับมาเป็นตัวเลือกในเกมรุก ผู้รักษาประตูเป็นดาบิด เด เคอาตามเดิม เกมรับเป็นแฮรี่ แม๊คไกวร์จับคู่กับวิคตอร์ ลินเดอเลิฟ แดนกลางวางบรูโน่ แฟร์นันเดซคอยปั้นเกม เกมรุกฝากความหวังไว้กับมาร์คัช แรชฟอร์ด แท็คติกรถบัสของมูรินโญ่น่าจะถูกนำกลับมาใช้ในเกมนี้ และเป็นไปได้มากที่จะเสมอกัน1-1 เอฟเวอร์ตัน – ลิเวอร์พูล ทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินขาดผู้เล่นหลายคน มอร์แกน ชไนเดอแลง,ธีโอ วัลคอร์ต,ฟาเบี้ยน เดลฟ์ และฌอง-ฟิลิปป์ บาแม็ง และเยอร์รี่ มีน่า ผู้รักษาประตูเป็นจอร์แดน พิคฟอร์ด กองหลังเมสัน โฮลเกตจับคู่กับไมเคิล คีน

20 Jul 2020 02:50
The Goal Post

เดอะโกลโพส : วิเคราะห์ฟุตบอล&ทายผลการแข่งขันโปรแกรมพรีเมียร์ลีกที่กลับมาแข่งใหม่

X บวกสิบเอเชียภูมิใจนำเสนอบทวิเคราะห์2เกมในศึกพรีเมียร์ลีกที่จะประเดิมกลับมาแข่งขันกันต่อหลังจากต้องหยุดการแข่งขันเป็นเวลาครบ100วันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า แมนเชสเตอร์ซิตี้ – อาร์เซนอล ฟอร์มการเล่นชี้วัดอะไรไม่ได้มากสำหรับคู่นี้เมื่อสถิติชี้ชัดว่าปืนใหญ่แทบจะแพ้ทางเรือใบในยุคของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าอย่างกู่ไม่กลับ แมนซิตี้ จะได้ตัวเจ็บยาวอย่างเลรอย ซาเน่กลับมาเป็นตัวเลือก เมื่อรวมไปถึงตัวจี๊ดอยู่แล้วอย่างอเกวโร,สเตอริ่ง และมาเรซจึงเชื่อว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะใส่ผู้เล่นที่ดีที่สุดออกสตาร์ทเพื่อประเดิมสามแต้ม แนวรับเอเมริค ลาปอร์เต้ลงยืนคู่กับนิโกล่า โอตาเมนดี้ แดนกลางเควิน เด บรอยด์ลงปั้นเกมเพื่อป้อนเกมรุกให้สามประสานอย่างราฮีม สเตอริ่ง,ริยาร์ด มาเรซ และกาเบียล เฆซุส ส่วนมิเกล อาร์เตต้านายใหญ่ปืนโตก็มีข่าวดีเช่นกันเมื่อนักเตะที่เคยเจ็บต่างกลับมาพร้อมเป็นตัวเลือกทั้งหมดและมีเพียงลูคัส ตอร์เรร่าเพียงรายเดียวที่ยังเจ็บ ทำให้ตำแหน่งแบ็คซ้ายคีแรน เทียร์นี่น่าจะได้กลับมาคืนสนาม แดนกลาง กรานิต ชาก้า,ดานี่ เซบายอส และโจ วิลล็อค ความหวังในเกมรุกยังคงพึ่งพากัปตันทีมปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยอง แม้ก่อนหน้านี้อาร์เซนอลจะเริ่มกลับมามั่นใจแต่ด่านนี้ที่ต้องเจอเรือใบยากเกินไปเชื่อว่าแมนซิตี้จะชนะใสที่ 3-0 แอสตันวิลล่า – เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด สิงห์ผงาดหลังพิงฝาแล้วกับ9เกมที่เหลือที่จะต้องโกยแต้มเพื่อหนีโซนตกชั้น ข่าวดีคือจอห์น เเม็คกินน์ที่ข้อเท้าหักก่อนปีใหม่จะพร้อมเป็นตัวเลือกได้ แต่ในรายของทอม ฮีตัน และเวสลี่ย์ยังคงไม่พร้อม กุนซือดีน สมิธน่าจะใช้เปเป้ เรน่าเฝ้าเสาต่อ แนวรับตัวหลังยังเป็นไทรอน มิงส์ จอมทัพแดนกลางเป็นแจ๊ค กรีลิช

13 Jul 2020 04:03
The Goal Post

เดอะโกลโพส : คำศัพท์ฟุตบอลตัวอักษรA

X ในเกมการแข่งขันฟุตบอลก็จะมีศัพท์เฉพาะอย่างมากมาย แล้ววันนี้เราจะพาเพื่อนไปทำความคุ้นเคยกับศัพท์เฉพาะทางของการแข่งขันฟุตบอลตัวอักษร A Against the run of play ถ้าทีมฟุตบอลทีมนั้นๆทำประตูได้ด้วยการเคลื่อนที่ แน่นอนว่าการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเป็นการเปิดโอกาสเข้าทำทีดี และยังยากต่อการตั้งรับของฝั่งตรงข้าม All ball เป็นคำกล่าวเมื่อผู้เล่นฝ่ายรับพยายามเข้าสกัด และแย่งบอลจากการครอบครองของฝ่ายตรงข้าม Attacking team ทีมที่เป็นฝ่ายครองบอล และมีโอกาสบุกเข้าใส่ A game plan แผนการเล่นของทีมนั้น หรือระบบการเล่น เช่น 4-4-2,3-5-2 หรือ4-3-3 A game changer ตัวเปลี่ยนเกม ใช้เมื่อผู้เล่นคนนั้นๆถูกเปลี่ยนตัวในฐานะตัวสำรองแต่สามารถสร้างผลการแข่งขันที่ต้องการให้กับทีมได้ เดอะโกลโพส : คำศัพท์ฟุตบอลตัวอักษรA was last modified: July 13th, 2020 by Duii

13 Jul 2020 03:59
The Goal Post

เดอะโกลโพส : ทีมในพรีเมียร์ลีกที่ดีที่สุดในรอบสองทศวรรษ

X บวกสิบเอเชียนำเสนอสโมสรที่ยิ่งใหญ่ในช่วง20ปีแรกของพรีเมียร์ลีก ซึ่งทีมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สร้างปรากฎการณ์ที่น่าสนใจให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษด้วยกันทั้งนั้น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด : ฤดูกาล2007/08 ปีศาจแดงฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกครบ10สมัยภายใต้การทำทีมของเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน นั่นทำให้พวกเค้าได้แชมป์ลีกอังกฤษรวมทั้งหมด17สมัยไล่หลังลิเวอร์พูลที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดที่18สมัย และในปีนั้นแมนยูฯยังชนะเชลซีในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้อีกด้วย เชลซี : ฤดูกาล2004/05 ปีแรกของกุนซือโชเซ่ มูรินโญ่ในอังกฤษ และเชลซีก็ปรับสภาพกลายเป็นทีมระดับลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวภายใต้นักเตะหน้าใหม่ๆอย่างอาร์เยน ร็อบเบน,ดิริเย่ร์ ดร็อกบา,ริคาร์โด้ คาวัลโญ่ และเดเมี่ยม ดัฟ บทสรุปในปีนั้นทีมสิงห์บลูคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกได้สำเร็จพร้อมสถิติใหม่ในเกมรับ เมื่อพวกเค้าเสียเพียง15เม็ดในพรีเมียร์ลีก และเก็บคลีนชีตได้ถึง25เกม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด : ฤดูกาล1998/99 เป็นปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อทีมไม่แพ้ใครเลยถึง33เกมนับตั้งแต่เดือนธันวาคม และฟาดแชมป์ถึง3รายการทั้งพรีเมียร์ลีก,เอฟ เอคัพ และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก โดยเฉพาะในถ้วยยุโรปที่พวกเค้าพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะบาเยิร์นมิวนิคอย่างสะใจ แบล็คเบิร์นโรเวอร์ส : ฤดูกาล1994/95 ทีมกุหลาบไฟชุดแชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ภายใต้การทำทีมของเคนนี่ เดลกิช โดยเค้าพาทีมเฉือนชนะแมนยูฯด้วยคะแนนอันฉิวเฉียด และนั่นทำให้นักเตะแบล็คเบิร์นมีชื่อติด11ผู้เล่นยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกมากมายหลายคน เช่น ทีม ฟาวเวอร์(ผู้รักษาประตู),แกรม เลอ โซ(แบ็คซ้าย),โคริน เฮนดรี้(กองหลัง),ทีม เชอร์วู๊ด(กองกลาง),คริส ซัตตัน(กองหน้า) และดาวซัลโวในปีนัั้นอย่างอลัน เชียเรอร์(กองหน้า)ที่ยิงได้ถึง34ประตู อาร์เซนอล : ฤดูกาล2003/04

13 Jul 2020 03:54
The Goal Post

เดอะโกลโพส : ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในพรีเมียร์ลีก

X บวกสิบเอเชียรวบรวม10อันดับดาวยิงระดับแนวหน้าที่เคยสร้างความฮือฮาในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก 1.อลัน เชียเรอร์ : 260ประตู ตำนานของสโมสรนิวคาสเซิล,แบล็คเบิร์นโรเวอร์ส และทีมชาติอังกฤษ และยังมีชื่อติดเป็น1ใน100ผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาลของฟีฟ่าอีกด้วย 2.เวนย์ รูนี่ : 208ประตู เด็กปั้นของเอฟเวอร์ตันที่มาได้ดิบได้ดีกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เจ้าหมูพริ้วได้รับการยอมรับว่าอาจเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของแมนยูไนเต็ดตลอดกาลเลยด้วยซ้ำ เมื่อเค้าได้เป็นกำลังสำคัญของปีศาจแดงถึง13ฤดูกาล และพาทีมกวาดแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง5สมัย 3.แอนดี้ โคล : 187ประตู ดาวยิงที่สร้างชื่อขึ้นในยุค90 และไฮไลต์สำคัญของโคลอยู่ภายใต้สีเสื้อของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และเค้าคือหนึ่งในฟันเฝืองสำคัญที่พาปีศาจแดงคว้าทริปเปิลแชมป์ในฤดูกาล1998/99 4.กุน อเกวโร่ : 180ประตู หัวหอกฟ้าขาวคือจิ๊กซอสำคัญที่ทำให้แมนเชสเตอร์ซิตี้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมระดับลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเจ้าตัวก็ยังมีโอกาสที่จะไต่อันดับสูงขึ้นไปอีกเนื่องจากปัจจุบันอเกวโร่ในวัย32ปีก็ยังคงมีสถานะเป็นแข้งหลักของทีมตราเรือใบ 5.แฟรงค์ แลมพาด : 177ประตู มิดฟิลด์ระดับตำนานของเชลซี และแลมพาดคือกองกลางที่ครบเครื่องที่สุดของเกาะอังกฤษ ปัจจุบันเค้ายังอาจก้าวข้ามมาสร้างสถิติเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดของทีมสิงห์บลูได้อีกด้วย 6.เธียร์รี่ อองรี : 175 ประตู ดาวยิงเลือดน้ำหอมถูกยอมรับว่าเป็นแนวรุกที่ครบเครื่องที่สุดในพรีเมียร์ลีก และเป็นหัวหอกตัวชูโรงที่พาทีมปืนใหญ่คว้าแชมป์ไร้พ่ายในพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล2003/04 7.ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ : 163ประตู เจ้าของฉายา “เดอะ ก็อต” แม้จะไม่มีดีกรีแชมป์พรีเมียร์ลีกเหมือนคนอื่นๆแต่เด็กปั้นลิเวอร์พูลก็ถือว่าเป็นกองหน้าตามสไตล์ธรรมชาติอย่างแท้จริง และเจ้าตัวยังเคยมาค้าแข้งในประเทศไทยกับเมืองทองยูไนเต็ดอีกด้วย 8.เจอร์แมน เดโฟ

13 Jul 2020 03:45
The Goal Post

เดอะโกลโพส : ผู้เล่นที่ได้อยู่ในสนามมากที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาล2019/20(ก่อนพักเบรกโควิด-19)

X แน่นอนว่าพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ถือว่าไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เมื่อมีการแตะเบรกกลางฤดูกาลเพื่อหลีกทางให้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า แต่ถึงกระนั้นก็มีผู้เล่นหลายคนที่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา วันนี้เราจะมาจัดอันดับกันว่ามีใครบ้างที่มีเวลาในสนามมากที่สุดของแต่ละทีม 1.ดาบิด เด เคอา&แฮรี่ แม็คไกรร์ – แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด : 2,610นาที นี่คือกัปตันทีม และรองกัปตันของปีศาจแดง ด้วยผลงานอันกระท่อนกระท่อนของแมนยูฯก็ทำให้โอเล่ กุนน่า โซลชาต้องเข็นทั้งสองคนนี้ลงสนามแบบถาวรหากไม่มีอาการบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน 2.รุย ปาติซิโอ & คอร์เนอร์ โคดี้ – วูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอ : 2,610นาที นายด่านชาวโปรตุเกสของทัพหมาป่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมฟอร์มดีทั้งในพรีเมียร์ลีก และยูโรป้าลีกส์จนทำให้ผู้รักษาประตูวัย32ปีได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ รวมถึงคอร์เนอร์ โคดี้ปราการหลังกัปตันทีม 3.นิค โป๊ป&เจมส์ ทาคอฟสกี้&เบน มี – เบิร์นลี่ย์ : 2,610นาที ซีซั่นนี้เบิร์นลี่ย์ค่อนข้างลอยลำจากสถานการณ์หนีตกชั้นส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากฟอร์มอันเหนียวแน่นของทั้งสามคนนี้นั่นเอง 4.จอร์แดน พิคฟอร์ด – เอฟเวอร์ตัน : 2,610นาที ผู้รักษาประตูวัย26ปีกลายเป็นกำลังสำคัญของทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติอังกฤษ และเค้าก็เก็บไปแล้วถึง8คลีนชีตในทุกรายการ 5.ดีแคน ไรซ์ – เวสต์แฮม :

06 Jul 2020 03:19
The Goal Post

เดอะโกลโพส : 6 แม็ตซ์ที่นำหงส์ไปสู่แชมป์พรีเมียร์ลีก

X ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในรอบ30ปีด้วยฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม และวันนี้เราจะพาทุกคนย้อนไปดู6เกมสำคัญที่ทำให้ชาวเดอะค็อปได้เฮในที่สุด แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1 : 1 ลิเวอร์พูล ลิเวอร์พูลที่กำลังฟอร์มฮอตสุดๆต้องมาสะดุดที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ดเมื่อปีศาจแดงฉวยโอกาสทำประตูขึ้นนำไปก่อนในครึ่งแรก แต่ก็ยังดีที่ตัวสำรองอย่างอดัมส์ ลัลลาน่าตามตีเสมอได้สำเร็จ ช่วยให้ลิเวอร์พูลยังคงสถิติไม่แพ้ใคร แอสตันวิลล่า 1 : 2 ลิเวอร์พูล สิงห์ผงาดขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว แต่แล้วหงส์แดงก็ยังประทับทรงเหมือนเดิมด้วยลูกโหม่งตีเสมอในช่วงท้ายเกม และการเข้าชาร์จของซาดิโอ มาเน่ก็นำพาให้ลิเวอร์พูลเก็บสามแต้มได้สมใจ ลิเวอร์พูล 3 : 1 แมนเชสเตอร์ซิตี้ ก่อนเกมทีมเยือนยังคงตามหลังลิเวอร์พูลอยู่ ทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าหมายใจจะเก็บชัยในแอนด์ฟิลให้ได้ แต่ทว่าลูกยิงไกลของฟาบินโญ่ก็ทำให้ทีมเรือใบต้องประสบความยากลำบาก แล้วนั่นก็ยิ่งเข้าทางไปใหญ่เมื่อซาล่า และมาเน่ก็ทำให้บทสรุปของเกมเป็นลิเวอร์พูลชนะไปได้3-1 และหนีห่างซิตี้เป็น9แต้ม เลสเตอร์ซิตี้ 0 : 4 ลิเวอร์พูล มันช่างเป็นฤดูกาลที่เป็นใจต่อหงส์แดง เมื่อทัพจิ้งจอกที่ฟอร์มดีจนเบียดแมนซิตี้ขึ้นมาอยู่อันดับรองฝูง แต่ทว่ากลับพ่ายคาบ้านไป0-4 และก็เป็นเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลที่ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกมนั้นด้วยผลงานการยิง1ประตูและ2แอสซิสต์ ท็อตแน่มฮอตสเปอร์ส 0 : 1 ลิเวอร์พูล ไก่เดือยทองที่ได้กุนซือจอมแท็กติกอย่างโชเซ่ มูรินโญ่เข้ามาทำทีมถูกคาดหวังว่าจะแบ่งแต้มจากลิเวอร์พูลได้ แต่สุดท้ายประตูโทนของฟิร์มิโน่ก็ยังทำให้ลิเวอร์พูลเก็บสามแต้มได้สำเร็จ และเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกเข้าไปทุกที ลิเวอร์พูล 2

06 Jul 2020 03:15
The Goal Post

เดอะโกลโพส : ลิเวอร์พูลกับสถิติที่ทำลายได้สำเร็จในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล2019/20

X ฟอร์มติดลมบนของลิเวอร์พูลในฤดูกาล2019/20 กำลังจะทำให้พวกเค้ามีลุ้นทำลายสถิติต่างๆของพรีเมียร์ลีกอย่างมากมาย แต้มสูงสุด? สถิติเดิมคือแมนเชสเตอร์ซิตี้ในฤดูกาล2017/18 ที่เก็บได้ถึง100คะแนน แล้วในเวลานี้ลิเวอร์พูลเก็บไปแล้ว89แต้มพร้อมเหลือเกมในมืออีก5เกม ซึ่งหากลูกทีมเจอร์เกน คล็อปป์เก็บชัยให้ได้อีกเพียง4เกมก็จะสามารถก้าวขึ้นทำสถิติใหม่แทนที่แมนซิตี้ได้ คว้าแชมป์เร็วที่สุด? สถิติเดิมคือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ซิตี้ต่างเคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีกก่อนจบฤดูกาล5นัดเท่าๆกัน แต่ทว่าฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลทำแต้มขาดลอยได้แชมป์ทั้งที่ยังเหลือเกมลงเล่นอีกถึง7เกม ซึ่งถือว่ายากมากเหลือเกินที่จะมีทีมได้มาทำลายสถิตินี้ได้ ชนะในบ้านสูงสุด? เจ้าของสถิติเดิมคือชลซี,แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด,แมนเชสเตอร์ซิตี้ที่ชนะในบ้าน18เกมในหนึ่งฤดูกาล แต่ทว่าณ ตอนนี้หงส์แดงเก็บชัยในบ้านไปแล้วถึง17เกมซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะทำลายสถิตินี้ ชนะเกมเยือนสูงสุด? แมนซิตี้เจ้าของสถิติเดิมเก็บชัยในฐานะทีมเยือนได้มากถึง16เกม ในขณะที่ลิเวอร์พูลเก็บชัยในฐานะทีมเยือนไปแล้ว13เกม ยังพอมีโอกาสทำลายสถิติอยู่แม้ว่าฟอร์มเล่นเกมเยือนนับตั้งแต่กลับมาเตะกันต่อ(หลังจากพักเบรกโควิด-19) แชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก? นับตั้งแต่ฟุตบอลดิวิชั่น1 อังกฤษเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล1992/93 ลิเวอร์พูลต้องทนดูทีมนั้นทีมนี้คว้าแชมป์กันไปมา ในพวกเค้าเองกลับยังไม่เคยจะได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกมาก่อนกระทั่งปีนี้ แล้วพวกเค้าก็ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกใบแรกไปประดับสโมสรในที่สุด เดอะโกลโพส : ลิเวอร์พูลกับสถิติที่ทำลายได้สำเร็จในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล2019/20 was last modified: July 6th, 2020 by Duii

06 Jul 2020 03:11
The Goal Post

เดอะโกลโพส : คำศัพท์ฟุตบอลตัวอักษรB

Xในเกมการแข่งขันฟุตบอลก็จะมีศัพท์เฉพาะอย่างมากมาย แล้ววันนี้เราจะพาเพื่อนไปทำความคุ้นเคยกับศัพท์เฉพาะทางของการแข่งขันฟุตบอลตัวอักษร B Bicycle Kick ลูกจักรยานอากาศ หรือโอเวอร์เฮดคิ๊ก อันหมายถึงจังหวะนักฟุตบอลกระโดดลอยตัวหันหลังยิงประตูในลักษณะการเคลื่อนไหวเหมือนการปั่นจักรยานในอากาศ Boot it เป็นคำสั่งของเพื่อนร่วมทีมยามที่ตะโกนบอกันให้สาดบอลทิ้งไปเลย Ball to hand จังหวะที่ฟุตบอลมาสัมผัสโดนมือหรือแขนโดยที่ผู้เล่นไม่ได้ตั้งใจ จะเรียกว่าบอลทูแฮนซึ่งจะเป็นการร้องขอว่าไม่เจตนาที่จะใช้มือเล่นบอล และมีโอกาสที่ผู้ตัดสินจะไม่เป่าฟาวส์ Box to Box player ผู้เล่นที่มีความโดดเด่นทั้งเกมรุก และรับ นอกจากนี้ผู้เล่นในลักษณะนี้มักจะมีความฟิตเต็มพิกัดเนื่องจากจะต้องวิ่งพล่านไปทั่วทุกพื้นที่ในสนาม Back to the net คำไทยก็หมายถึงตุงตาข่าย อันจะอธิบายได้ชัดคือเมื่อบอลลอยข้ามเส้นหน้าปากประตูเข้าไปกระแทกตาข่าย Brace คำนี้มักใช้ในกรณีที่ผู้เล่นคนนั้นๆทำประตูได้เป็นครั้งที่สอง เดอะโกลโพส : คำศัพท์ฟุตบอลตัวอักษรB was last modified: July 6th, 2020 by Duii

06 Jul 2020 03:06
The Goal Post

เดอะโกลโพส : การปฏิวัติของลีกฟุตบอลอังกฤษ

X บวกสิบเอเชียจะขอพาเพื่อนๆกลับไปย้อนรอยถึงช่วงเวลาที่ลีกดิวิชั่น1อังกฤษ เปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล1992/93 : แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด วันที่15สิงหาคม1992 ถือเป็นวันเปิดตัวของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษอย่างเป็นทางการ แล้วก็เป็นเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันที่พาปีศาจแดงคว้าแชมป์ได้ด้วยคะแนนที่มากกว่าแอสตันวิลล่าที่จบในอันดับสองถึง10แต้ม แม้ว่าเท็ดดี้ เชอร์ริงแฮมกองหน้าสเปอร์สจะคว้าตำแหน่งดาวซัลโวที่22ประตู แต่ทว่าเอริค คันโตน่าผู้ทำแอสซิสต์มากที่สุดถึง15ครั้งกลับเป็นที่จดจำมากกว่าเมื่อแมนยูฯคว้าถ้วยพรีเมียร์ลีกเป็นสมัย ฤดูกาล1993/94 : แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แมนยูฯก็ยังคงได้แชมป์แม้จะมีนิวคาสเซิลที่ก้าวขึ้นมาเบียดแย่งแชมป์กันอย่างสนุก แต่ทว่าในที่สุดปีศาจแดงป้องกันแชมป์ได้สำเร็จด้วยการทำคะแนนถึง92แต้ม ในขณะที่นิวคาสเซิลจบอันดัยสามของตารางแถมมีคะแนนห่างกับแมนยูฯ15แต้ม อย่างไรก็ดีแอนดี้ โคลกองหน้าสาลิดงก็ถือว่าแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวเมื่อเค้าครองตำแหน่งทั้งดาวยิงสูงสุด(34ประตู) และทำทางให้เพื่อนมากที่สุด(13แอสซิสต์)ไปพร้อมกัน ฤดูกาล1994/95 : แบล็คเบิร์นโรเวอร์ กุหลาบไฟเบียดปีศาจแดง1แต้มคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ โดนอลัน เชียเรอร์กองหน้าแบล็คเบิิร์นคว้าตำแหน่งดาวซัลโวที่34ประตู แต่ส่วนหนึ่งที่ปีศาจแดงไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ก็เพราะเอริค คันโตน่าจอมทัพคนเก่งของพวกเค้าได้ไปกระโดดถีบแฟนบอลจนทำให้โดนแบนยาวไปนั่นเอง ฤดูกาล1995/96 : แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เซอร์อเล็กพาอสูรแดงกลับมาทวงความสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อแมนยูฯได้ทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก และเอฟเอคัพจนกลายเป็นดับเบิลแชมป์ แต่สำหรับอลัน เชียเลอร์เค้าก็ยังคงยอดเยี่ยมเมืื่อคว้าตำแหน่งดาวซัลโวด้วยยิงได้ถึง 31 เม็ด ฤดูกาล1996/97 : แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ป๊ศาจแดงยังคงได้แชมป์พรีเมียร์ลีกตามเคยด้วยการมี75แต้ม แต่กระนั้นอาร์เซนอลที่ได้กุนซือใหม่โนเนมอย่างอาร์แซน เวนเกอร์กลับทำผลงานได้น่าสนใจด้วยการคว้าอันดับสามและมีแต้มตามหลังทีมแชมป์7แต้ม ฤดูกาล1997/98 : อาร์เซนอล ไอ้ปืนใหญ่ก้าวขึ้นมางัดข้อกับปีศาจแดงได้อย่างยอดเยี่ยม อาร์แซน เวนเกอร์โกมแต้มให้อาร์เซนอล78แต้มและเบียดชนะแมนยูฯเพียงแค่เเต้มเดียว แถมพวกเค้ายังคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้อีกด้วย จึงทำให้อาร์เซนอลกลายเป็นสโมสรที่สองในพรีเมียร์ลีกที่คว้าดับเบิลแชมป์ได้สำเร็จ

29 Jun 2020 02:07
The Goal Post

เดอะโกลโพส : นักเตะที่จ่ายบอลเป็นจำนวนมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก

X บวกสิบเอเชียเคยรวบรวมมาแล้วว่านักเตะคนไหนบ้างทำแอสซิสต์มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก แต่คุณทราบหรือไม่ว่ายังมีนักเตะที่สร้างโอกาสจ่ายบอลให้กับทีมได้เป็นจำนวนมากอีกหลายราย ที่วันนี้เราจะมาบอกเล่าให้ฟังว่าพวกเค้าเป็นใครกันบ้าง 1.เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ : จ่ายบอล2478ครั้ง ปราการหลังฟอร์มแกร่งของลิเวอร์พูลถือเป็นนักฟุตบอลที่จ่ายบอลให้กับทีมได้มากสุดในพรีเมียร์ลีก และเค้ากำลังจะนำถ้วยพรีเมียร์ลีกมาประดับเป็นสโมสรลิเวอร์พูลเป็นครั้งแรกในรอบ30ปี 2.โรดรี้ : จ่ายบอล1995ครั้ง มิดฟิลด์คนใหม่ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าทำสถิติผ่านบอลได้มากอย่างน่าเหลือเชื่อแต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่สามารถปรับตัวกับพรีเมียร์ลีกได้อย่างเต็มตัว 3.เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล : จ่ายบอล1986ครั้ง หนูเทรนด์ได้ถูกแบ็คขวาระดับตำนานอย่างคาร์ฟูทำนายว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นแบ็คขวาระดับโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจากดาวเตะวัย21ปีครบเครื่องทั้งการเติมเกมรุก,การเปิดบอล และการยิงฟรีคิ๊ก 4.แอนดรูส์ โรเบิร์ตสัน : จ่ายบอล1893ครั้ง แบ็คซ้ายทีมชาติสก็อตแลนด์เล่นได้อย่างทรงพลัง แข็งขันทั้งในเกมรุกและเกมรับ และทีเด็ดทีขาดในการจ่ายบอลของโรเบิร์ตสันนั้นถือเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่ช่วยให้หงส์แดงบินสูงในฤดูกาลนี้ 5.ลูวิส ดรังค์ : จ่ายบอล1881ครั้ง แม้ผลงานไบร์ทตันจะยังไม่แน่ว่าจะได้อยู่รอดในพรีเมียร์ลีกต่อไปหรือไม่ แต่กัปตันทีมของพวกเค้าก็ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ใจสู้ในทุกจังหวะ และพยายามจ่ายบอลให้ทีมได้มากครั้งจนเหลือเชื่อ 6.ชักล่า โซยุนซู : จ่ายบอล1862ครั้ง กองหลังชาวเติร์กแม้จะโดดเด่นในเกมรับแต่ทว่าเจ้าตัวก็ผ่านบอลให้เพื่อนได้ไม่น้อย และปรับตัวเข้ากับเลสเตอร์ซิตี้ได้เร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ(เพิ่งจะเล่นพรีเมียร์ลีกเป็นฤดูกาลแรก) 7.จอร์จินโญ่ : จ่ายบอล1861ครั้ง มิดฟิลด์ผึ้งงานของเชลซีอย่างแท้จริง และกองกลางชาวอิตาลี่ก็ผ่านบอลให้เพื่อนได้มากถึง1861ครั้ง และน่าจะพาเชลซีกลับไปเล่นยูซีแอลในฤดูกาลหน้าได้อย่างไม่ยาก 8.แฮรี่ แม็คไกวร์ : จ่ายบอล1824ครั้ง กองหลังค่าตัวสถิติโลกกลายเป็นนักเตะเพียงรายเดียวของแมนยูฯที่ติดทำเนียบนักเตะที่จ่ายบอลมากครั้งที่สุดในพรีเมียร์ลีก

29 Jun 2020 02:00
The Goal Post

เดอะโกลโพส : 5แม็ตซ์ที่ส่งผลต่อความสำเร็จของแมนซิตี้

X บวกสิบเอเชียขอพาย้อนรอยไปชมผลงานลูกทีมเป๊ป กวารฺ์ดิโอล่าว่าเหตุผลกลใดที่ทำให้พวกเค้าไม่สามารถป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล2019/20 แมนเชสเตอร์ซิตี้ 4 : 0 บอร์นมัธ แมนซิตี้ลงเล่นพรีเมียร์ลีกเกมที่4ด้วยการเปิดบ้านไล่ยำบอร์นมัธ4-0 ซึ่่งดูเผินๆมันน่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ทว่าพวกเค้าก็ต้องสังเวยชัยชนะในเกมนี้ด้วยการเสียเอเมริค ลาร์ปอเต้ที่ต้องเจ็บยาวและส่งผลกระทบต่อเกมรับของทีมตราเรือใบอย่างมหาศาลในภายหลัง แมนเชสเตอร์ซิตี้ 0 : 2 วูล์ฟแฮมตันวันเดอร์เรอ แมนซิตี้ที่มีแต้มตามหลังลิเวอร์พูลเปิดบ้านบุกใส่ทัพหมาป่าอย่างหนัก แต่ทว่าด้วยการถอยแฟร์นันดินโญ่ไปยืนเป็นปราการหลังตัวกลางก็ทำให้พวกเค้าโดนทีเด็ดของอดาม่า ตราโอเร่ยิงช่วงท้ายเกมถึง2ประตู กลายเป็นมีตามตามหลังลิเวอร์พูลเพิ่มเป็น8แต้ม ลิเวอร์พูล 3 : 1 แมนเชสเตอร์ซิตี้ ทั้งสองทีมต่างหวังคว้าแชมป์กันทั้งคู่ ทำให้สามแต้มในเกมนี้จะชี้ชะตาว่าใครจะประสบความสำเร็จ และก็เป็นเจอร์เกน คล็อปป์ที่ทำได้ดีกว่าเมื่อทั้งฟาบินโญ่,โม ซาล่า และซาดิโอ มาเน่ที่ช่วยกันยิงให้หงส์เอาชนะไปได้ ซึ่งความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ของซิตี้เริ่มเลือนลางเมื่อช่องว่างคะแนนห่างออกไปถึง9แต้ม แมนเชสเตอร์ซิตี้ 1 : 2 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นความน่าเจ็บใจของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าเมื่อทีมของเค้าต้องมาพ่ายคู่ปรับร่วมเมืองที่ฟอร์มกระท่อนกระแท่นมาตลอดฤดูกาล ประตูจากแรชฟอร์ด และมาร์กซิยาลก็ช่วยให้โอกาสคว้าแชมป์ของแมนซิตี้แทบเป็นไปไม่ได้เมื่อพวกเค้าโดนลิเวอร์พูลหนีห่างไปถึง14แต้ม ท็อตแน่มฮอตสเปอร์ส 2 : 0 แมนเชสเตอร์ซิตี้ สเปอร์สในขุมกำลังที่ไม่เต็มร้อยเมื่อไม่มีแฮรี่ เคนที่เจ็บ และเสียจุดโทษให้กับซิตี้ไปตั้งแต่ครึ่งแรก(กุยโดกันยิงไม่เข้า)แต่ทว่าในที่สุดก็มาโดนทีเด็ดของซนฮึงมิน กับสตีเฟ่น เบิร์กไวน์จนทำให้ทัพเรือใบแตกพ่ายไปอีก0-2 ต้องปล่อยจอยสำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อลิเวอร์พูลหนีห่างไปไกลถึง22แต้ม เดอะโกลโพส

29 Jun 2020 01:52
The Goal Post

เดอะโกลโพส : 7ภาพยนตร์เกี่ยวกับฟุตบอลที่คุณไม่ควรพลาด

X ในเมื่อสถานการณ์โควิด-19ยังคงทำให้พวกเราต้องกักตัวอยู่กับบ้าน วันนี้โซอี้จึงขอนำเอาภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอลได้อย่างน่าสนใจ 1.โกล เกมหยุดโลก ซานติอาโก้ที่พยายามหาเวลาว่างไปเล่นฟุตบอลโดยไม่ให้ครอบครัวได้รับรู้ กระทั่งมีคำเชิญที่จะให้เค้าไปทดสอบฝีเท้าเพื่อเล่นฟุตบอลอาชีพในอังกฤษ มันจึงทำให้เค้าต้องตัดสินใจครั้งใหญ่สำหรับอนาคต 2.เบนด์ อิท ไลท์ เบ็คแฮม เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาวที่ต้องการจะเล่นฟุตบอล แต่ครอบครัวของเธอกลับอยากให้เธอมีชีวิตเป็นภรรยาที่ดีมากกว่า 3.เส้าหลินซอคเกอร์ นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ เรื่องราวของศิษย์วัดเส้าหลินที่ฝึกฝนทักษะการต่อสู้มาตลอดชีวิตแต่โชคชะตานำพาให้พวกเค้าต้องนำเอาวิทยายุทธมาประยุกต์ให้เข้ากับการเล่นฟุตอลอย่างช่วยไม่ได้ 4.โกล เกมหยุดโลก2 ต่อเนื่องจากภาคแรก ซานติอาโก้กลายเป็นนักเตะที่ถูกจับตามองของเหล่าทีมยักษ์ใหญ่ และในที่สุดเค้าก็ได้ย้ายมาเป็นนักเตะใหม่ของรีลมาดริด แต่กับเกมการแข่งขันที่ดุเดือดและสิ่งยั่วยวนมากมายทำให้ซานติอาโก้ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด? 5.ฟุตบอลเลเจนต์ เปเล่ ภาพยนตร์ที่ล้อไปกับชีวประวัติของไข่มุกดำ เปเล่ สตาร์ดังของทีมชาติบราซิล ที่จะทำให้คุณได้รู้ว่าทำไมเค้าถึงกลายเป็นยอดนักเตะอัจฉริยะของวงการฟุตบอล 6.กรีน สตีท ฮูลิแกน เรื่ิิองราวของแม็ต บัคเนอร์ เด็กหนุ่มที่ชีวิตกำลังประสบปัญหาลุมเล้าจนเค้าเลือกนำความกดดันที่ไประบายออกในฐานะของกลุุ่มแฟนบอลหัวรุนแรง 7.มีนแมชชีน ภาพยนตร์ที่นำแสดงโดย วินนี่ โจนส์ อดีตนักเตะที่เคยค้าแข้งในอังกฤษ โดยเค้ารับบทเป็นแดนนี่ มีแฮนที่ได้มีโอกาสเล่นฟุตบอลในระหว่างถูกจำคุก โดยคู่แข่งของเค้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเหล่าผู้คุมด้วยกันนั่นเอง เดอะโกลโพส : 7ภาพยนตร์เกี่ยวกับฟุตบอลที่คุณไม่ควรพลาด was last modified: June 29th, 2020 by Duii

29 Jun 2020 01:43
 

รายงานผลบอลสดรวดเร็วทันใจ ประตูต่อประตู ครบทุกแมตช์ ทุกลีก ติดตามผลบอล