บิ๊กโจ

”บิ๊กโจ” พาทิศ ศุภะพงษ์ เปิดเผยว่าสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ส่งจดหมายแจ้งถึงชาติสมาชิก ถึงการเรียกตัวนักกีฬา ไปเล่นให้กับทีมชาติตามโปรแกรมการแข่งขันช่วงฟีฟ่าเดย์ เดือนมีนาคม และ เมษายน ที่กำลังจะมาถึง

โดยอนุญาตให้สโมสรต้นสังกัด และ ตัวนักกีฬาเอง มีสิทธิ์ปฏิเสธการถูกเรียกตัวในครั้งนี้ได้ หลังจากมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19)

สืบเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ล่าสุด องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เป็น “การระบาดใหญ่ (pandemic)” หลังจากเชื้อลุกลามไปใน 123 ประเทศและดินแดนทั่วโลก และมีผู้ติดเชื้อกว่า 130,000 คนนั้น ทำให้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) มีความห่วงใยเกี่ยวกับนักกีฬา, ผู้ฝึกสอน, เจ้าหน้าที่

รวมถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในการแข่งขันระดับทีมชาติ ตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ เดือนมีนาคมและเมษายน ที่กำลังจะมาถึง ทางสำนักงานคณะกรรมการของสหพันธ์ฯ จึงได้มีการออกนโยบายดังกล่าว

“บิ๊กโจ” พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า “ฟีฟ่าได้ออกหนังสือเวียนมาล่าสุด เพื่อประกาศนโยบายให้กับชาติสมาชิกได้ทราบ โดยมีอยู่ 7 ข้อด้วยกัน”

“ซึ่งทางสมาคมฯ เตรียมส่งข้อมูลเหล่านี้ให้กับสโมสร โดยขอให้สโมสรปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ของทางรัฐในการป้องกัน และเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับผู้เล่นในสังกัด, ผู้ฝึกสอน, เจ้าหน้าที่ รวมถึงฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”

“ในส่วนของไทยลีก ที่จะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง ในวันที่ 18 เมษายน ทางสมาคมฯ กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะมีการประกาศให้ทราบอีกครั้ง ว่าจะสามารถให้แฟนบอลเข้าชมได้หรือไม่”

สำหรับนโยบายของฟีฟ่า ในการเรียกตัวผู้เล่นจากสโมสร ไปแข่งขันกับทีมชาติ ในช่วงปฎิทินฟีฟ่าเดย์ เดือนมีนาคม – เมษายน มีดังต่อไปนี้

1. หากมีการเรียกผู้เล่น จากสโมสรใดก็ตาม กลับไปทำภารกิจให้กับทีมชาติ สโมสรสามารถตอบรับหรือปฏิเสธได้ ไม่ถือเป็นข้อบังคับ

2. หากในกรณีที่สโมสรตกลงปล่อยตัวผู้เล่น ทางผู้เล่นก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการเรียกตัวได้

3. การตัดสินใจของสโมสร และผู้เล่นในกรณีนี้ จะไม่ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาโทษทางวินัย

4. หากสมาคมกีฬาฟุตบอลของประเทศสมาชิก ไม่สามารถส่งตัวนักกีฬากลับสู่สโมสรได้ตามเวลาที่กำหนด อันเนื่องมาจากเหตุผลของโรคระบาด สมาคมฯ และผู้เล่น จะไม่ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาโทษทางวินัย

5. คำสั่งดังกล่าว จะสามารถใช้ในฟีฟ่าเดย์ช่วง 23-31 มีนาคม สำหรับฟุตบอลชาย และ 6-15 เมษายน สำหรับฟุตบอลหญิง รวมถึงฟุตซอล

6. ฟีฟ่าเห็นควรให้มีการเลื่อนการแข่งขันในช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนมีนาคมและเมษายน ออกไปก่อน แต่ทั้งนี้ การตัดสินใจสุดท้ายเป็นของผู้จัดการแข่งขัน ส่วนเกมอุ่นเครื่อง/กระชับมิตร การตัดสินใจขึ้นอยู่กับสมาคมฟุตบอลของประเทศสมาชิกที่แข่งขันในแมตช์นั้นๆ

7. แมตช์การแข่งขันอย่างเป็นทางการที่ถูกเลื่อนไป จะมีการกำหนดวันแข่งขันใหม่ จากฟีฟ่าและสมาพันธ์ฟุตบอลในทวีปของทีมที่เกี่ยวข้อง