โมฮัมเหม็ด นูร์ วิจารณ์ยับ “ฟีสซิง” หลังอัล-อิตติฮัดพ่ายอัล-ไอน์ 1-4 ศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อีลิท
ความพ่ายแพ้แบบขาดลอยของอัล-อิตติฮัดต่ออัล-ไอน์ สโมสรจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยสกอร์ 1-4 ในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อีลิท รอบที่ 4 ไม่ได้สร้างความผิดหวังให้แฟนบอลเพียงอย่างเดียว แต่ยังจุดกระแสวิจารณ์การทำงานของทีมอย่างหนัก โดยเฉพาะการตัดสินใจของเยนส์ ฟีสซิง กุนซือชาวเยอรมัน
หนึ่งในเสียงวิจารณ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดมาจากโมฮัมเหม็ด นูร์ อดีตนักเตะระดับตำนานของอัล-อิตติฮัด ซึ่งออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการจัดตัวผู้เล่นและการบริหารเกมของเฮดโค้ชอย่างตรงไปตรงมา หลังเห็นทีมรักเสียประตูถึงสี่ลูกในเกมที่แฟนบอลคาดหวังว่าจะได้เห็นผลงานที่แข็งแกร่งกว่านี้
นูร์ชี้การจัดตัวผู้เล่นมีปัญหาตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม
ระหว่างพูดคุยในรายการ “นาดีนา” นูร์ระบุว่า ฟีสซิงเริ่มต้นการแข่งขันด้วยการเลือกผู้เล่นที่ไม่เหมาะสม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแนวทางการเล่นของทีมยังมีจุดอ่อนที่เห็นได้ชัด โดยเฉพาะการส่งมูฮันนัด อัล-ชานกีตี ลงประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้าย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็มีปัญหาในการเล่นทางฝั่งขวาตั้งแต่ช่วงต้นเกม
สำหรับนูร์ การเปลี่ยนตำแหน่งหรือมอบบทบาทที่ไม่ถนัดให้ผู้เล่นอาจส่งผลต่อความสมดุลของแนวรับและการขึ้นเกมริมเส้น เขามองว่าการเลือกดังกล่าวสะท้อนถึงคำถามเกี่ยวกับแผนของทีม และทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดสตาฟฟ์โค้ชจึงตัดสินใจใช้ผู้เล่นในบทบาทที่ยังไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่
คำวิจารณ์ของอดีตกัปตันรายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง แต่ยังพุ่งเป้าไปที่ภาพรวมของอัล-อิตติฮัดในสนาม เขาอธิบายว่าฟอร์มการเล่นในเกมพบอัล-ไอน์เป็นภาพที่ “ไม่น่าดู” และไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ควรเกิดขึ้นจากทีมที่กำลังพยายามสร้างรากฐานใหม่
ทีมยังอยู่ในช่วงสร้างตัว แต่แผนรับมือถูกตั้งคำถาม
นูร์ยอมรับว่าอัล-อิตติฮัดยังอยู่ระหว่างการปรับทีมและสร้างความเข้าใจระหว่างผู้เล่น การมีข้อบกพร่องในช่วงเปลี่ยนผ่านจึงอาจเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าฟีสซิงวางแผนรับมือเกมนี้ราวกับทีมมีความพร้อมสมบูรณ์แล้ว โดยไม่ได้คำนึงถึงปัญหาที่สโมสรยังต้องแก้ไข
ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะการแข่งขันระดับทวีปมักลงโทษทีมที่ยังจัดระบบไม่ลงตัวอย่างรวดเร็ว หากแนวรับสื่อสารกันผิดพลาดหรือการประสานงานระหว่างแดนกลางกับแนวรุกไม่ราบรื่น คู่แข่งก็สามารถใช้พื้นที่ว่างสร้างโอกาสได้ทันที ความพ่ายแพ้ 1-4 จึงไม่ใช่เพียงเรื่องผลการแข่งขัน แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการพัฒนาแท็กติกและความแน่นอนของทีม
ในมุมของแฟนบอลอัล-อิตติฮัด สิ่งที่ต้องการเห็นไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรายชื่อผู้เล่น แต่รวมถึงแผนที่เหมาะกับจุดแข็งและข้อจำกัดของทีมในเวลานี้ด้วย การเลือกแท็กติกให้สอดคล้องกับสภาพความพร้อมอาจช่วยลดความเสี่ยง และทำให้ผู้เล่นมีบทบาทชัดเจนขึ้นในเกมสำคัญ
การส่งไวจ์นัลดุมลงสนามก็ถูกวิจารณ์
อีกหนึ่งการตัดสินใจที่นูร์ไม่เห็นด้วยคือการเลือกจอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม กองกลางชาวดัตช์ ลงสนาม อดีตตำนานอัล-อิตติฮัดมองว่านี่ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันดังกล่าว พร้อมวิจารณ์ว่าฟีสซิงอาจประเมินความสามารถหรือความพร้อมของผู้เล่นบางรายสูงเกินไป
นูร์กล่าวในทำนองว่าโค้ชชาวเยอรมันกำลัง “หลงเชื่อในผู้เล่นบางคน” จนถึงตอนนี้ ถ้อยคำดังกล่าวทำให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับวิธีประเมินฟอร์มของนักเตะ รวมถึงหลักเกณฑ์ที่ใช้เลือกผู้เล่นตัวจริง เพราะเมื่อผลการแข่งขันออกมาเป็นความพ่ายแพ้ขาดลอย การตัดสินใจของผู้จัดการทีมย่อมถูกตรวจสอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม การวิจารณ์จากอดีตนักเตะเป็นเพียงมุมมองหนึ่ง ขณะที่ฟีสซิงและทีมงานยังต้องรับผิดชอบในการวิเคราะห์เกมอย่างละเอียด ทั้งการเลือกผู้เล่น การวางตำแหน่ง การปรับแผนระหว่างการแข่งขัน และการเตรียมทีมสำหรับนัดต่อไป สิ่งสำคัญคือการตอบสนองด้วยผลงานในสนาม เพื่อแสดงให้เห็นว่าทีมสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดได้
แรงกดดันเพิ่มขึ้นก่อนโปรแกรมนัดถัดไป
ความพ่ายแพ้ต่ออัล-ไอน์ในบ้านทำให้แรงกดดันต่อทีมงานเทคนิคเพิ่มสูงขึ้น และเปิดประเด็นใหม่ว่า ฟีสซิงจะสามารถแก้ไขปัญหาของอัล-อิตติฮัดได้ทันเวลาหรือไม่ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งผลการแข่งขันและรูปแบบการเล่นจะเป็นเครื่องชี้วัดสำคัญว่าทีมกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่
โปรแกรมที่ระบุไว้ถัดจากเกมดังกล่าวประกอบด้วยการแข่งขันซาอุดี โปรลีก วันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 เวลา 18.30 น. พบ NEO และเกมกับอัล-วาห์ดาในรายการยูเออี โปรลีก วันที่ 8 พฤศจิกายน เวลา 16.30 น. พบอัล-ไอน์ ทั้งนี้ แฟนบอลจะจับตาดูว่าฟีสซิงจะปรับทีมอย่างไร และผู้เล่นที่ถูกตั้งคำถามจะได้รับโอกาสต่อไปหรือไม่
สำหรับอัล-อิตติฮัด การกู้ความเชื่อมั่นจำเป็นต้องเริ่มจากรายละเอียดพื้นฐาน ตั้งแต่การจัดตำแหน่งให้เหมาะกับความถนัดของนักเตะ การสื่อสารในแนวรับ ไปจนถึงการเลือกแผนที่สอดคล้องกับสภาพทีม หากสามารถแก้ไขจุดเหล่านี้ได้ ความพ่ายแพ้ครั้งนี้อาจกลายเป็นบทเรียนสำคัญ แต่หากปัญหาเดิมยังเกิดซ้ำ เสียงวิจารณ์ต่อกุนซือและทีมงานก็มีแนวโน้มจะยิ่งดังขึ้น
ข่าวฟุตบอลจากเกมนี้จึงไม่ได้มีเพียงตัวเลข 1-4 บนสกอร์บอร์ด แต่ยังสะท้อนความคาดหวังของแฟนบอลต่อสโมสรยักษ์ใหญ่ที่ต้องการกลับมาแข่งขันในระดับสูง การตัดสินใจของฟีสซิงในเกมต่อไปจะเป็นบททดสอบสำคัญ ทั้งต่อแท็กติกของทีมและความเชื่อมั่นที่เขายังมีจากผู้สนับสนุนอัล-อิตติฮัด
