ชัยยะ มหาปราบ

หลังจากที่ “เปายะ” ชัยยะ มหาปราบ และ “เปาหนอม” ถนอม บริคุต สองผู้ตัดสินชื่อดังของไทย ถูกทางสหพันธ์ฟุตบอลแห่งทวีปเอเชีย (เอเอฟซี) และ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) สั่งลงโทษห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลตลอดชีวิต ด้วยข้อหามีส่วนรู้เห็นในการล็อกผลการแข่งขันนั้น

ล่าสุด “เปายะ” ชัยยะ มหาปราบ ยืนยันว่าจะขอยุติทุกอย่างเนื่องจากที่ผ่านมาพยายามต่อสู้มานานแล้วทว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยเท่าที่ควร ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ตัดสินใจไม่ไปชี้แจงข้อกล่าวหากับทางเอเอฟซี พร้อมกับยืนยันว่าตนไม่เคยคิดคดทรยศต่ออาชีพอย่างแน่นอน และหลักฐานที่เอเอฟซีอ้างอิงจากบทสนทนาในแอพพลิเคชั่นไลน์ นั้นก็เป็นตัวปลอมที่แอบอ้างชื่อของตน

“ผมขอยุติทุกอย่าง เพราะคิดที่จะเลิกเป่าอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็พยายามส่งหนังสือชี้แจงไปยังที่ต่างๆ ก่อนหน้านี้ผมเคยถูกสมาคมฟุตบอลแบนปีครึ่งจากเกมที่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าเกม ชัยนาท พบกับ ชลบุรี เมื่อปี 2014 ทั้งที่ผมไม่ใช่คนยกธงไม่ใช่คนทำผิด ผมไม่ได้ทำหน้าที่มา 2 ปี เอเอฟซีก็ไม่เห็นจะมีความเคลื่อนไหวอะไร ปีนี้เพิ่งจะได้กลับมาเป่า เอเอฟซีถึงได้มาสั่งแบนผม ก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมถึงเพิ่งมาแบนตอนนี้”

“แมตช์ที่เขาอ้างว่ามีปัญหา มีหลายแมตช์ด้วยกัน รวมถึงเกมบอลถ้วยของจีนเมื่อปี 2012 ที่มีการแชร์กันในเน็ต ซึ่งแมตช์นั้นผมก็ตัดสินไปตามเกม มีการให้จุดโทษ 2 ครั้งซึ่งผมก็คิดว่าถูกต้องแล้ว ถ้าย้อนกลับไปดูจะเห็นว่าแมตช์นั้นเขาเล่นกันหนักมาก เรื่องความผิดพลาดไม่มีผู้ตัดสินคนไหนอยากให้เกิดหรอก แต่เวลาตัดสินใจแค่เสี้ยววินาที บางครั้งก็อาจมีข้อผิดพลาดได้บ้าง ซึ่งเราไม่ได้เจตนาอย่างนั้น”

“ผมยืนยันเลยว่าตลอดชีวิตผมไม่เคยคิดทรยศอาชีพของตัวเอง ไม่มีกระทั่งคนติดต่อให้ล็อกผลแข่งขัน ส่วนใหญ่ผมว่าเป็นเกมการเมืองมากกว่า ที่โยนให้ผู้ตัดสินกลายเป็นแพะรับบาป หลักฐานที่เขาอ้างก็คือบทสนทนาในไลน์ที่ระบุว่าเป็นชื่อผม เชื่อไหมว่าเพื่อนๆ ถามมาหลายคนแล้วว่าทำไมผมมีเฟซบุ๊กกับไลน์หลายไอดีจัง ที่จริงแล้วผมเล่นอยู่แค่อันเดียว อยากถามว่าโปรแกรมพวกนี้มันปลอมแปลงกันได้หรือเปล่า ผมยืนยันว่าหลักฐานที่เขาระบุนั้นไม่ใช่ผมแน่นอน”

“ที่ผ่านมาในประเทศไทยมีผมคนเดียวที่ลงทุนซื้ออุปกรณ์ในการตัดสินทั้งเครื่องมือสื่อสารและธงไปกว่า 2 แสนบาท จริงๆ ก็อยากให้สมาคมช่วยเหลือผู้ตัดสินในเรื่องนี้บ้าง ตอนนี้ผมเลิกเป่าแล้วก็แจกจ่ายอุปกรณ์ต่างๆ ไปให้ผู้ตัดสินรุ่นน้องใช้งานเพื่อให้เกิดประโยชน์”

“หลังจากนี้ผมจะขอใช้ชีวิตข้าราชการที่ อบจ.อยุธยา และทำธุรกิจขายเสื้อผ้ากีฬากับพี่ชาย ส่วนเรื่องการตัดสินหากเป็นเกมระดับท้องถิ่นหรือการกุศลขอมาให้ช่วยก็ยินดี บางที่ก็ขอให้ผมไปอบรมให้ผู้ตัดสินรุ่นใหม่ๆ ผมก็พร้อมไปช่วยเต็มที่” ชัยยะ มหาปราบ ให้สัมภาษณ์