VAR

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสินฯ เตรียมทดลองใช้เทคโนโลยี VAR (Video Assistant Referee) อย่างเต็มรูปแบบ 8 คู่ 8 สนาม ในการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก ฤดูกาล 2019 สัปดาห์ที่ 3

โดยเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา สมาคมฯ และฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสิน ได้ทำการทดลองใช้เทคโนโลยี VAR ช่วยในการตัดสินเต็มรูปแบบ ในการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 3 คู่ 3 สนาม ประกอบด้วย การท่าเรือ เอฟซี พบ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่สนามแพท สเตเดียม, ตราด เอฟซี พบกับ ชัยนาท ฮอร์นบิล ที่สนามกีฬากลาง จ.ตราด และ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

สำหรับ สัปดาห์นี้ฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสินฯ จะทำการทดลองใช้ VAR ในศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก ทุกคู่ทุกสนาม เพื่อทดสอบความเสถียรของสัญญาณ และความเสถียรของระบบต่างๆ ในกรณีมีเกมการแข่งขันในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ต่างพื้นที่ ก่อนนำข้อมูลต่างๆ สรุปและเสนอต่อสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA และ IFAB (ไอแฟบ องค์กรผู้ออกกติกาฟุตบอล law of the game) ที่มีกำหนดการเดินทางมาประเทศไทย ในวันที่ 13-15 มีนาคม 2562 เพื่อประชุมร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในการดำเนินตามระเบียบขั้นตอนของเงื่อนไขการใช้ VAR หลัก 5 ข้อ ตามมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ที่เริ่มบังคับใช้ระเบียบใหม่หลังจบศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย

สำหรับ สัปดาห์นี้จะมีการทดลองใช้ VAR จำนวน 8 คู่ 8 สนาม ประกอบด้วย

วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2562
เวลา 20.00 น. ชลบุรี เอฟซี พบกับ การท่าเรือ เอฟซี ที่สนาม ชลบุรี สเตเดียม

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562

เวลา 17.45 น. ตราด เอฟซี พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด สนามกีฬากลาง จ.ตราด
เวลา 18.00 น. เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ เชียงใหม่ เอฟซี ที่สนาม เอสซีจี สเตเดียม
เวลา 19.00 น. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่สนาม มิตรผล สเตเดียม
เวลา 20.00 น. ชัยนาท ฮอร์นบิล พบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ สนาม เขาพลอง สเตเดียม

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562

เวลา 18.00 น. สุโขทัย เอฟซี พบกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่สนาม ทะเลหลวง
เวลา 18.00 น. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ พีที ประจวบ เอฟซี ที่สนาม ช้าง อารีน่า
เวลา 19.00 น. พีทีที ระยอง พบกับ สมุทรปราการ ซิตี้ ที่สนาม พีทีที สเตเดียม

ด้าน พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน โฆษกสมาคมฯ กล่าวว่า “สำหรับสนามที่มีการทดลองใช้ VAR เต็มรูปแบบ หากมีการกระทำผิดตามระเบียบว่าด้วยการใช้วีดิทัศน์ช่วยการตัดสินสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะมีการพิจารณาลงโทษ หากมีการร้องเรียนเข้ามายังคณะพิจารณาวินัยมารยาท ซึ่งระเบียบประกอบด้วย

การกระทำใดๆ ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ระเบียบว่าด้วยการใช้วีดิทัศน์ช่วยการตัดสิน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.2561 จะถูกพิจารณาลงโทษตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัยมารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2559 แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ 4) พ.ศ. 2561 ตามความผิด ดังนี้

ข้อ 8.1 บุคคลใดรบเร้า ข่มขู่ ผู้ตัดสิน ให้ใช้วีดิทัศน์ช่วยในการตัดสิน (VAR) เข้าไปในบริเวณการตรวจสอบวีดิทัศน์ (RRA) ของผู้ตัดสิน เข้าไปในห้องปฏิบัติการวีดิทัศน์ (VOR) ชี้นำหรือข่มขู่ให้ผู้ตัดสินตัดสินไปในทางใดทางหนึ่ง หรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการรบกวน ขัดขวางการใช้วีดิทัศน์ช่วยในการตัดสิน (VAR) ไม่ว่าจะด้วยประการใดๆ จะต้องถูกลงโทษ ปรับเงินตั้งแต่ 10,000 ถึง 50,000 บาท และ/หรือ ห้ามปฏิบัติหน้าที่ 1-2 นัด

ข้อ 8.2 องค์กรสมาชิกทีมเหย้าไม่จัดสถานที่สำหรับใช้วีดิทัศน์ช่วยในการตัดสิน (VAR) ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการจัดการแข่งขันของสมาคม จะต้องถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 20,000 ถึง 50,000 บาท

ข้อ 8.3 ผู้ช่วยผู้ตัดสินวีดิทัศน์1 (VAR) และผู้ช่วยผู้ตัดสินวีดิทัศน์2 (AVAR) มีหน้าที่ในการตรวจสอบวีดิทัศน์ช่วยการตัดสินให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ โดยมีประสิทธิภาพสมบูรณ์ตลอดการแข่งขัน หากปฏิบัติหน้าที่บกพร่องโดยไม่ใช่เหตุสุดวิสัย จะมีความผิดตาม ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล กีฬาฟุตซอล และกีฬาฟุตบอลชายหาด ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์พ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ 2) พ.ศ. 2561 ที่ “สมาคม” ได้ประกาศใช้

สำหรับ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA และ IFAB (ไอแฟบ องค์กรผู้ออกกติกาฟุตบอล law of the game) จะเดินทางมาประเทศไทย ในวันที่ 13-15 มีนาคม 2562 เพื่อประชุมร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และสรุปผลการทอดลองใช้งาน VAR ซึ่งถือเป็น 1 ใน 5 ขั้นตอนในการเข้าสู่การใช้ VAR เพื่อช่วยในการตัดสิน ก่อนที่จะมีการพิจารณารับรองการใช้ VAR (Video Assistant Referee) ต่อไป