สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

วันที่ 4 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น. ณ ที่ห้องประชุมชั้น 2 ภายในสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการประชุมสรุปการทดลองใช้เทคโนโลยี VAR หรือ Video Assistant Referee อย่างเต็มรูปแบบ ในการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2019 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 มี.ค.) ทั้งหมด 3 คู่ ระหว่าง ตราด เอฟซี พบกับ ชัยนาท ฮอร์นบิล, นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ การท่าเรือ เอฟซี พบกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

ภายในที่ประชุมประกอบด้วย พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ, คุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการเลขาธิการสมาคมฯ, ตัวแทนจาก บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และไอ-สปอร์ต ร่วมหารือและสรุปผลการทดลองใช้เทคโนโลยี VAR หรือ Video Assistant Referee อย่างเต็มรูปแบบ อาทิ การติดตั้งจอวีดีทัศน์ที่บริเวณขอบสนาม เพื่อให้ผู้ตัดสินสามารถเดินเข้าไปดูเหตุการณ์ต่างๆ ย้อนหลังได้ทันที เพิ่มเติมจากการใช้วิทยุสื่อสารระหว่างผู้ตัดสินในสนามกับห้องควบคุม หลังจากสมาคมฯ และฝ่ายผู้ตัดสิน ได้รับการรับรองการใช้เทคโนโลยี VAR จาก สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และ IFAB (ไอแฟบ องค์กรผู้ออกกติกาฟุตบอล law of the game) เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ยังมีการหาจุดบกพร่องของการทดลองใข้เทคโนโลยี VAR เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขให้การทำงานมีประสิทธิ์ภาพและสร้างความบริสุทธ์ยุติธรรมให้กับทุกสโมสรในการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2019

สำหรับ เทคโนโลยี VAR จะใช้ตัดสินสถานการณ์ 4 รูปแบบ อันประกอบไปด้วย

1. เป็นประตู/ไม่เป็นประตู (ลูกข้ามเส้นหรือไม่ข้ามเส้น, มีการฟาวล์ก่อน, ล้ำหน้า, ลูกบอลออกจากสนามก่อนเข้าประตู)

2. จุดโทษ/ไม่จุดโทษ (ตำแหน่งของการฟาวล์, ฝ่ายรุกทำฟาวล์ก่อน, ลูกบอลออกนอกสนามก่อนการฟาวล์, การที่ผู้รักษาประตูหรือผู้ยิงประตู ทำผิดกติกาขณะเตะจุดโทษ)

3. ใบแดงโดยตรง (เจตนาป้องกันประตูผิดกติกาอย่างตั้งใจ, การทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง)

4. ระบุตัวผู้เล่นผิดพลาด (เมื่อผู้ตัดสินคาดโทษหรือไล่ออกผู้เล่นผิดคน)

ขอขอบคุณ : Fair