มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย ชุุดใหญ่ ยืนยันว่าจะไม่เรียกตัว 4 นักเตะที่เล่นอยู่ในต่างแดน ได้แก่ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา, “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน และ “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กลับมาลงเล่นในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปลายปีนี้ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นหน้าใหม่ได้โชว์ฝีเท้า เพื่อเตรียมทีมต่อยอดไปเล่นในฟุตบอลเอเชียน คัพ ต้นปีหน้า

วันที่ 14 กันยายน 2561 เวลา 10.00 น. ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีการประชุมหารือในการเตรียมความพร้อมก่อนทำศึก 2 รายการใหญ่ ได้แก่ รายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน และชิงแชมป์เอเชีย

โดยการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย พล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ, นายวิรัช ชาญพานิชย์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ, พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ, มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอน และสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ร่วมประชุม

ภายหลังจากการประชุม มิโลวาน ราเยวัช กุนซือ “ช้างศึก” กล่าวว่า ” ช่วงปลายปีทีมชาติไทยจะลงแข่งขัน 2 รายการสำคัญ คือ เอเอฟเอฟ​ ซูซูกิ คัพ 2018 และ เอเชียนคัพ 2019 รวมไปถึงจะมีเกมอุ่นเครื่องกับทีมชาติฮ่องกง และทีมชาติตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ซึ่งทั้งหมดนี้ได้มีการวางแผนเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ช่วงเวลาที่เหลือก็จะติดตามดูฟอร์มการเล่นของผู้เล่นในลีก และตัดสินใจเรื่องตัวผู้เล่นอีกครั้ง”

“ส่วนบรรดาผู้เล่นที่เล่นอยู่ในต่างประเทศทั้งหมด ได้แก่ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา, “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน และ “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ได้มีการพูดคุยกับทั้ง 4 คนแล้วว่า จะไม่เรียกทั้งหมดมาร่วมทีม เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เนื่องจากว่าไม่ใช่ช่วงฟีฟ่าเดย์ ที่นักเตะทั้ง 4 คนจะอยู่ช่วยทีมได้ตลอด ดังนั้นจะให้โอกาสผู้เล่นใหม่ๆ ได้เข้ามาเล่นเพื่อทดแทน”

“การแข่งขันทุกครั้งมีความกดดัน เพราะทุกคนคาดหวังกับผลการแข่งขัน อย่าง ซูซูกิ คัพ แฟนบอลคาดหวังอย่างมาก เราจะทำผลงานให้ดีที่สุด เลือกผู้เล่นที่ดีที่สุด ส่วนเอเชียน คัพ ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอยากจะพาทีมไปให้ไกลที่สุด เพื่อเป็นการสร้างความสุขให้กับแฟนบอลไทย”

“ผู้เล่นในทีมชุดเอเชียน เกมส์ มีผลงานที่ดีหลายคน แต่ปัญหาของผู้เล่นเหล่านี้คือเรื่องของการรักษาฟอร์มการเล่น เพราะบางคนเล่นดีและเล่นแย่สลับกันไป ดังนั้นต้องดูอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังต้องผสมผสานนักเตะดาวรุ่งและตัวหลักให้สมดุลกัน”

“เป็นครั้งแรกที่ผมเคยได้ยินเรื่องการมีเอเย่นต์แนะนำนักเตะติดทีมชาติ ตลอดการทำงานทีมชาติมาผมไม่เคยให้เอเยนต์คนใดมีผลต่อการตัดสินใจเลือกตัวผู้เล่น โค้ชเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลงานทั้งหมด ดังนั้นก็จะต้องเลือกตัวผู้เล่นที่ดีที่สุดมาติดทีมชาติไทย” แม่ทัพช้างศึก กล่าว

ขณะที่ พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ ก็ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากนี้ทีมชาติไทยจะลงแข่งขันเกมฟีฟ่าเดย์ 2 แมตช์ ในเดือนตุลาคมกับ ฮ่องกง และ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ก่อนจะลงแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 8 นัด”

“หลังจากนั้นเราจะอุ่นเครื่องในบ้าน 1 แมตช์ และที่ยูเออี อีก 1 แมตซ์ เพื่อเตรียมเข้าสู่การแข่งขัน เอเชียน คัพ เท่ากับว่าทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะมีรายการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น ทำให้ ราเยวัช เข้ามาคุยรายละเอียดเรื่องการเก็บตัวฝึกซ้อม”

“โดยทีมชาติไทย จะเรียกนักเตะเก็บตัวฝึกซ้อมในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ซึ่งนักเตะที่ถูกเรียกเข้ามาจะไม่มีชื่อนักเตะที่ต้องช่วยสโมสรลงแข่งขันฟุตบอลถ้วยโตโยต้า ลีก คัพ และ ช้าง เอฟเอ คัพ ซึ่งการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ สามารถส่งรายชื่อลงทะเบียนในเบื้องต้นได้ 50 คน แต่ก่อนเข้าการแข่งขันแมตช์แรก ต้องตัดเหลือ 23 คนสุดท้าย และจะต้องใช้ไปจนจบทัวนาเมนต์ ทำให้การเตรียมเอกสารต่างๆ ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะไม่สามารถเปลี่ยนรายชื่อระหว่างการแข่งขันได้”

“ส่วนนักเตะที่เล่นอยู่ต่างประเทศเราสามารถเรียกตัวกลับมาได้ แต่เขาจะสามารถลงเล่นได้เพียงแค่เกมแรกเท่านั้น ทำให้เราไม่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง ดังนั้นโค้ชจะไม่เรียกทั้ง 4 คนกลับมาร่วมทีม และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นมาทดแทนในฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ”

“ทางนายกสมาคมฯ วางเป้าหมายไว้ว่า รายการ ซูซูกิ คัพ เราต้องป้องกันแชมป์ให้ได้ ส่วนรายการ เอเชียน คัพ เราไม่ได้ร่วมแข่งขันมา 12 ปีแล้ว ทำให้เราต้องสร้างความแปลกใหม่ในสิ่งที่เราไม่เคยทำ เราอยู่ร่วมสายกับเจ้าภาพเป็นสิ่งที่ลำบาก แต่เป้าหมายคือผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ให้ได้”

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 ทีม “ช้างศึก” อยู่สาย บี ร่วมกับ อินโดนีเซีย , ฟิลิปปินส์ , สิงคโปร์ , ติมอร์ เลสเต และจะประเดิมเกมแรกออกไปเยือน ติมอร์ เลสเต ในวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ขณะที่ฟุตบอลเอเชียน คัพ ทีมชาติไทย อยู่ในสาย เอ ที่มีเจ้าภาพ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อินเดีย และบาห์เรน โดยนัดแรกจะพบกับ อินเดีย ในวันที่ 6 มกราคม 2562