ฟุตซอลทีมชาติไทย

ขุนพลฟุตซอลทีมชาติไทยชุดอุ่นเครื่องเก็บคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้ง ที่จะพบกับทีมชาติญี่ปุ่น 2 แมตซ์ ในวันที่ 1 ก.พ. เวลา 19.00 น. และ วันที่ 3 ก.พ. เวลา 16.00 น. ที่สนาม บางกอก อารีน่า ล่าสุดหลังซ้อมหนัก 1 สัปดาห์เต็ม ทางเฮดโค้ช “ปูลปิส” ปล่อยให้นักเตะพักช่วง เสาร์-อาทิตย์ ก่อนจะเรียกกลับมาซ้อมเช้า-เย็น อีกครั้งในวัน จันทร์ ที่ 28 ม.ค. นี้ ช่วงเช้า เวลา 9.00 – 11.00 น. และ เย็น 16.00 น. – 18.00 น.

โดยทาง “เจ้าเหม็ด” มูฮัมหมัด อุซมานมูซา แข้งดาวรุ่งทีมชาติไทย ซึ่งมีสถิติที่น่าสนใจกับการลงสนามพบทีมชาติญี่ปุ่นมาแล้ว 1 นัด ในศึกเอเชียนอินดอร์เกมส์2017 และสามารถยิงประตูได้ถึง 2 ลูกในเกมนั้น ก็ได้กล่าวถึงความพร้อมของทีมโต๊ะเล็กไทยว่า
“การพบทำทีมชาติญี่ปุ่นซึ่งขนนักเตะชุดใหญ่ในครั้งนี้ แน่นอนว่าจะต่างออกไปกับทีมที่ผมเคยเจอใน เอเชียนอินดอร์เกมส์ ที่ไม่มี 2 ตัวหลัก อย่าง ราฟาเอล เฮนมิ และ โมริโอกะ ซึ่งจุดเด่นของ ญี่ปุ่น เขาเป็นทีมที่มีวินัยและสมาธิดีมาก หากเราอยากเอาชนะสิ่งสำคัญก็ต้องมีวินัยในเกมให้มาก แม้เราจะเคยแพ้เขามาจากครั้งล่าสุดที่เจอกัน แต่ครั้งนี้ผมว่าเราเองก็พัฒนาขึ้นมามากแล้วก็เชื่อว่าจะสู้ได้สนุก ส่วนตัวผมเองก็มีความมั่นใจขึ้นมามาก เพราะเคยยิงเขามาได้ ก็หวังจะสานต่อกับการทำประตูให้ได้กับเกมอุ่นเครื่อง 2 นัดนี้”

มูฮัมหมัด อุซมานมูซา ยังกล่าวต่อว่า “ความพร้อมของทีมหลังซ้อมกันมา 1 สัปดาห์ ทางโค้ชปูลปิส ได้เคี่ยวเราซ้อมกันอย่างหนัก อีกทั้งยังเพิ่มเวลาในโปรแกรมซ้อมปกติ 1 ชั่วโมง แบบวันเว้นวันของตำแหน่งผู้รักษาประตู ส่วนตำแหน่งหน้าเป้า ก็เน้นเรื่อง การเคลื่อนที่ กับการจบสกอร์ โดยเฉพาะกองหน้าอีก 3 คน อย่าง พีรพัฒน์ แก้ววิลัย ,สราวุท ผลาพฤกษ์ และ อนันตชัย ปราบวงษา ต่างโดนจับซ้อมหนักมาก แต่ทุกคนก็มุ่งมั่นกันเต็มที่”

ขณะที่ “ท็อป” คฑาวุธ หาญคำภา ผู้รักษาประตูในทีมชุดนี้ที่เคยปะมือกับทีมชาติญี่ปุ่น ครั้งล่าสุดในรายการเอเชียนอินดอร์เกมส์ ก็เผยถึงความพร้อมว่า “หลังจากที่เราพ่ายเขามาในศึกเอเชียนอินดอร์เกมส์ 2017 ผมก็มองว่าญี่ปุ่นเขาเป็นทีมระดับโลก มีความแข็งแกร่ง ผู้เล่นมากความสามารถ การที่เราจะสู้เขาได้สิ่งสำคัญที่สุด คือเราต้องระวังเรื่องของลูกเซ็ตเพลย์เป็นพิเศษ ซึ่งเป็นทีเด็ดของญี่ปุ่น ที่ทำลายเกมรับเราได้ในครั้งนั้น ฉะนั้นมาเจอกันในครั้งนี้เราต้องมีสมาธิและตื่นตัวตลอดเวลา โดยเฉพาะเกมรับที่จะต้องช่วยกันมากๆ”

“ส่วนการฝึกซ้อมหลังผ่านสัปดาห์แรก ผมก็เหมือนกับทุกคนที่ล้าในช่วงแรกเพราะพักมาเกือบ 1 เดือน แต่หลังการได้ซ้อมสภาพร่างกายก็ดีขึ้นจนพร้อมสมบูรณ์แล้ว ซึ่งในตำแหน่งผู้รักษาประตูนอกจากผมแล้ว ก็ยังมี คณิศร ภู่พันธ์ ไกรมาตร ศรีละพันธ์ และนัทธพงศ์ หยีมะเหรบ ทุกคนต่างตั้งใจกันมาก เพื่อโอกาสในการลงสนามพบกับญี่ปุ่น เวลานี้ทุกคนต่างก็อยู่ในช่วงที่ท็อปฟอร์มสูสีกันหมด ถึงตรงนี้ไม่ว่าโค้ชปูลปิสจะส่งใครสนามก็คิดว่าไม่ต่างกัน มั่นใจทุกคนทำหน้าที่ได้ดีแน่นอน”

สำหรับเกมอุ่นเครื่องของทีมโต๊ะเล็กทีมชาติไทย ที่จะพบกับญี่ปุ่น จะมีด้วยกัน 2 เกม 1 ก.พ. เวลา 19.00 น. กับ 3 ก.พ.เวลา 16.00 น.ที่บางกอก อารีน่า โดยเปิดให้แฟนบอลเข้าชมฟรีทั้งสองนัด

ขอขอบคุณ : ฟุตบอลทีมชาติไทย