มิลอส โจซิค

มิลอส โจซิค กุนซือใหญ่ของทัพ “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ระบุเกมอุ่นเครื่องทั้ง 3 นัด ช่วงพักเบรกโปรแกรมทีมชาติ (ฟีฟ่าเดย์) ช่วยลูกทีมเรียนรู้เป็นอย่างดี ยันต้องเพิ่มความมุ่งมั่นและสมาธิในเกม พร้อมชี้ได้ประเมินศักยภาพกลุ่มผู้เล่นสำรองที่จะถูกดันขึ้นมามีส่วนร่วมช่วยทีมช่วงครึ่งซีซั่นหลัง

สวาทแคทอาศัยช่วงพักโปรแกรมแข่งขัน ลงสนามเกมอุ่นแข้งทดลองทีม 3 นัด ซึ่งมีผลการแข่งขันเสมอกับคู่แข่งทั้งหมด คือ เสมอ ศรีสะเกษ เอฟซี 2-2, เสมอ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 0-0 และ เสมอ นครราชสีมา ห้วยแถลง ยูไนเต็ด 2-2

ด้าน มิลอส โจซิค เผยถึงการทดสอบทีมทั้ง 3 นัดว่า “เกมกับศรีสะเกษ ครึ่งแรกเรามีปัญหาเรื่องความมุ่งมั่น ความจริงจังในเกม ยังไม่ค่อยน่าพอใจ แต่พอเรามีการคุยกัน ครึ่งหลังก็ดีขึ้น ส่วนประตูที่เสียก็มาจากเรื่องสมาธิในเกมที่หลุดง่ายเกินไป”

“เกมที่สองกับเมืองทอง เราผสมผสานกลุ่มผู้เล่นสำรองลงสนาม ปรากฏทำงานได้ดี ทุกคนมีความมุ่งมั่น เล่นตามแท็คติก ขณะที่เกมกับห้วยแถลง 45 นาทีแรก ใช้ชุดใหญ่ ยิงได้สองปแระตู แต่ก็เสียประตูจากความผิดพลาด แต่รูปเกมโดยรวมยังถือว่าน่าพอใจ”

“ภาพรวมการอุ่นเครื่องด้วยผลเสมอทั้ง 3 นัด เรายังต้องปรับเรื่องความมุ่งมั่น ส่วนข้อดีคือเราได้เห็นกลุ่มผู้เล่นสำรองว่าใครพร้อมกับเลกสองบ้าง เราต้องการประเมินว่าใครสามารถก้าวขึ้นมาช่วยทีมได้ เนื่องจากเลกสองการแข่งขันจะเข้มข้นมากขึ้น”

“เราเซตทีมช่วงอุ่นเครื่อง 3 เกม เพื่อเตรียมเจอกับชัยนาท หลังจากนี้ก็จะมีการเพิ่มเติมเรื่องรายละเอียด แท็คติกการเล่น เพื่อเตรียมรับมือ แน่นอนว่าเราเน้นกับการเก็บชัยชนะให้ได้ เพราะเรามันคือการเล่นต่อหน้าแฟนบอลของเรา” มิลอส กล่าว

นอกจากนี้ มิลอส โจซิค ยังได้อัพเดตอาการของ ชนัตพล สิกขะมณฑล กองกลางตัวเก่ง และ ประลอง สาวันดี แบ็กซ้ายจอมเก๋า ที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ

“สำหรับ เก็ต (ชนัตพล สิกขะมณฑล) เขาเริ่มซ้อมกับบอลได้ เปิดบอลได้แล้ว อาจยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก แต่ถือเป็นทิศทางที่ดี ที่เขากำลังจะกลับมาสู่สนามอีกครั้ง ส่วน โบด (ประลอง สาวันดี) กำลังเรียกความฟิต ซึ่งเรากำลังลุ้นว่าเขาจะกลับมาได้ทันเกมกับสุโขทัย” เฮดโค้ชชาวเซอร์เบียกล่าว

สำหรับ “สวาทแคท” ​นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี มีโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาล 2019 นัดที่ 14ด้วยการเปิดบ้านรับศึก “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน เวลา 20.00 น. ณ สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

ขอขอบคุณ : Nakhonratchasima FC