มาร์เซโล่
เรอัล มาดริด

มาร์เซโล่ ฟูลแบ็คจอมบุกของ เรอัล มาดริด ยอมรับว่าเขายังไม่อยากเชื่อกับความสำเร็จในเส้นทางการค้าแข้งของตัวเองเลย ทั้งในระดับทีมชาติและสโมสร

กองหลังวัย 29 ปีผ่านการลงสนามให้”ราชันชุดขาว”มาแล้ว 413 นัดและคว้าแชมป์ลาลีก้ามาได้ 4 สมัยรวมถึงแชมเปี้ยนส์ลีกอีก 3 สมัย ในขณะเดียวกันยังติดทีมชาติบราซิลมา 48 เกม
“บางครั้งผมตื่นมาและผมคิดว่า ’11 ฤดูกาลกับเรอัล มาดริด 11 ปีที่เล่นให้บราซิล สำหรับแบ็คจอมบุกบ้าๆแบบเรา… เรายังอยู่ตรงนี้ได้ยังไง?'”มาร์เซโล่เขียนผ่าน The Players’ Tribune
“ถ้าผมบอกคุณว่านี่เป็นเรื่องปกติ ผมคงโกหกแล้วล่ะ”
“ทุกๆวันเมื่อผมไปซ้อม, จอดรถและเดินเข้าสู่ห้องแต่งตัวเรอัล มาดริด มันมีอารมณ์เกิดขึ้นมากมาย ถึงแม้ผมจะไม่แสดงให้เห็นแต่ลึกๆแล้วผมรู้สึกนะ ผมยังปลาบปลื้มอยู่ทุกวัน”
“สำหรับผมแล้วการได้เป็นส่วนนึงของประวัติศาสตร์สโมสรนี้คือสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้”
“โรแบร์โต้ คาร์ลอสเหรอ? ผมได้แรงบันดาลใจเวลาอยูบนสนามจากเขาเช่นกัน เขาวิ่งขึ้นวิ่งลงทางกราบซ้ายยังกับสัตว์ประหลาด”
“ไม่ว่าคุณรักผมหรือคุณเกลียดผม คุณรู้ว่าคุณได้อะไรเมื่อผมลงสนาม ผมชอบเกมบุก ไม่ใช่แค่บุกธรรมดาๆนะ โคตรบุกน่ะ รู้มั้ย”
“และหลังจากนั้นแนวรับเหรอ? ถ้าเราเจอปัญหาผมก็จะมาแก้ไข เราจะหาทางได้ แต่ก่อนอื่น เราขอบุก”
“คุณเล่นด้วยอิสระแบบนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจที่ดีกับคู่หูคุณ ฟาบิโอ คันนาวาโร่เล่นฝั่งเดียวกับผมและเขาบอกผมว่า ‘บุกไปเลยมาร์เซโล่ พี่อยู่ตรงนี้ ทำใจสบายๆ ใจเย็นไว้ พี่คือคันนาวาโร่ พี่เอาอยู่'”
“มันเหมือนกับที่คาเซมิโร่ทำให้ผมทุกวันนี้ล่ะ ‘บุกไปเลยมาร์เซโล่ เรื่องอื่นไว้ค่อยห่วงทีหลัง'”
“คาเซมิโร่ เขาช่วยชีวิตผม ผมอาจเล่นได้จนถึง 45 เลยนะถ้าหากมีเด็กคนนี้อยู่เคียงข้าง”
“เมื่อผมย้ายมาที่มาดริดทีแรก คันนาวาโร่ช่วยให้ผมผ่อนคลายลงได้เยอะ กฏตั้งไว้ว่าผมบุกได้ตราบเท่าที่ผมยังวิ่งกลับมาไหว”
“แต่ถ้าผมมาไม่ทันล่ะ งานนี้ก็เจอของจริง เขาตะโกนด่าเอาได้ ในบราซิลน่ะเรามีคำพูดแนวว่า”Pegava no pé” มันประมาณว่ารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี”
“คันนาวาโร่โหดร้ายกับผมก็เพราะมีเหตุผล และผมก็รักเขาด้วยเรื่องนั้น”