ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช

จากกรณีคณะกรรมการพิจารณาวินัยฯ ของสมาคมฟุตบอล ลงโทษนักฟุตบอล 3 คนของสโมสรสิงห์เชียงรายยูไนเต็ด โดยห้ามลงแข่งขันในนัดที่เราจะต้องออกไปเยือนสโมสรสุโขทัย เอฟซี วันศุกร์ที่จะถึงนี้นะคะ

ทางสโมสรได้ตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ เพราะไม่เห็นด้วยกับ “กระบวนการ” ตัดสินของคณะกรรมการ มีเหตุผลดังนี้ค่ะ

1. เราแข่งขันกับสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน แล้ว แต่คำตัดสินลงโทษ เพิ่งจะออกมาหลังจากนั้น เป็นเวลาถึง 20 วัน
2. คำตัดสินออกมาในวันอังคาร ซึ่งเป็นเวลาเพียง 3 วัน ก่อนสโมสรต้องลงแข่งขันในวันศุกร์
3. ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจนถึงตัดสินลงโทษ สโมสรไม่เคยได้รับแจ้งว่า มีการประท้วงและมีการพิจารณาข้อประท้วงเกิดขึ้น ทำให้สโมสรไม่มีโอกาสได้ติดตามความคืบหน้า และทำให้หมดโอกาสที่จะเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการอุทธรณ์ ที่จะต้องยื่นภายใน 24 ชั่วโมง และการเตรียมความพร้อมของทีม คือแผนการเล่นและการเดินทาง ลองนึกภาพตามดูนะคะว่า เพิ่งทราบเรื่องทั้งหมดทั้งมวลในวันนี้ แต่ถูกบังคับว่าหากจะอุทธรณ์ต้องให้ทันภายใน 24 ชั่วโมง และต้องแนบหลักฐานให้พร้อม จริงๆ ถ้าทราบเรื่องมาก่อนก็จะไม่ต้องถูกเวลาบีบคั้นเท่าไหร่ค่ะ

ต่อไปจะขอยกระเบียบฯ ของสมาคม ขึ้นมาให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นค่ะ ในนั้นมีหลักการว่า คณะกรรมการฯ จะต้องกำหนด “กรอบระยะเวลา” ในการดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน และการพิจารณาต้องเป็นไปด้วย “ความรวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นธรรม” โดยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถ “เข้าถึงความคืบหน้า” ในการดำเนินการได้

สโมสรจึงเห็นว่า กระบวนการพิจารณาครั้งนี้ ไม่มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน เป็นไปด้วยความล่าช้า ไม่ต่อเนื่อง และไม่เป็นธรรม และปิดโอกาสสโมสร ไม่ให้เข้าถึงความคืบหน้าในการดำเนินการและไม่ให้เข้าไปชี้แจงโต้แย้งข้อกล่าวหา

สโมสรขอเรียนย้ำว่าสโมสรยื่นอุทธรณ์ว่า ไม่เห็นด้วยกับ “กระบวนการพิจารณา” จึงขอให้มีการเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ ให้ถูกต้องตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมาย โดยจะต้องมีการกำหนดกรอบระยะเวลาให้ชัดเจน ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม และที่สำคัญคือต้องเปิดโอกาสให้สโมสรได้เข้าถึงความคืบหน้าได้

ซึ่งถ้าคณะกรรมการได้รับอุทธรณ์ของสโมสร คาดว่าโทษแบนจะยังไม่มีผลในนัดเยือนสุโขทัยฯ เพราะจะต้องมีการเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ทั้งหมด โดยทำให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายก่อนค่ะ

สำหรับผลของคำตัดสิน สโมสรได้ยื่นอุทธรณ์ไปเพียง 1 กรณี คือกรณีของ Bill เพราะสโมสรเห็นว่า นอกจากคณะกรรมการจะไม่ได้แจ้งสโมสรแล้ว ยังไม่ให้โอกาสที่จะเข้าไปแสดงหลักฐาน ทั้งที่ในวันแข่งขันดังกล่าว มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะกรณีมีกองเชียร์เจ้าบ้าน ตะโกนถ้อยคำหยาบคาย รวมทั้งชูนิ้วมือที่เป็นการแสดงสัญลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นความผิดตามระเบียบของสมาคม และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย กรณีนี้พูดง่ายๆ เรียกว่า คณะกรรมการทำขัดต่อหลักการรับฟังพยานหลักฐาน ที่ควรจะต้องรับฟังคู่กรณีทุกฝ่าย สโมสรจึงเห็นว่า คณะกรรมการควรต้องดำเนินการใหม่โดยให้โอกาสสโมสรเข้าไปชี้แจงแสดงหลักฐานค่ะ

ถ้าหากถามว่า ทำไมถึงตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ ก็คงเป็นเพราะว่า ถ้าหากกระบวนการบิดเบี้ยวแล้ว ผลที่ออกมาย่อมไม่เป็นธรรมในตัวของมันเองค่ะ

สโมสรหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมและเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้

นี่คือข้อมูลจากทางฝั่งสโมสรที่ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินไปในวันนี้ ตอนนี้เราต้องรอให้ทางคณะกรรมการแจ้งผลว่าจะรับอุทธรณ์หรือไม่ คาดว่าเป็นวันพรุ่งนี้ที่จะได้ความชัดเจนค่ะ

ป.ล. หามรุ่งหามค่ำกับเคสนี้ ว่าแต่คืนนี้แมนยู หรือ แมนซิ ดีน้าา

ฮาย ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช
ประธานสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด