เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตกุนซือทีมชาติไทย เจ้าของฉายา “จอมตีลังกา” กับวลีสุดฮิต “เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมอะไรก็เกิดขึ้นได้” ยิ่งตอกย้ำ #ทวงคืนซิโก้ ที่แฟนบอลต่างกำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในกระแสโซเชียล พร้อมเปิดทุกมุมวิเคระห์จุดอ่อนจุดแข็งของฟุตบอลไทย

กลับมาได้ไหมแฟนบอลไทยเรียกร้อง!!

“เมื่อเวลาที่เหมาะสมอะไรก็เกิดได้หมด เพราะว่าเป็นผู้เล่นต้องเปลี่ยนเป็นโค้ช จากโค้ชมาเป็นผู้จัดการทีม จากผู้จัดการทีมมาเป็นคณะกรรมการหรือไปเป็นนายกหรืออะไรก็แล้วแต่ วันนี้พี่ตอบไม่ได้หรอก แต่ถ้าถามว่ามีโอกาสไหมมันก็ไม่แน่ ฉะนั้นเรายังรักฟุตบอล สิ่งที่พี่โก้ทำทุกวันนี้ลาออกมาแล้วก็ยังไม่หนีจากฟุตบอล

“จริงๆ ต้องขอบคุณที่ติดตามผลงานพี่โก้ ก็คงเป็นแฟนเก่าๆ เป็นผู้เล่นบ้างเป็นโค้ชบ้างอะไรบ้าง ก็ขอบคุณ จริงๆ แล้วยังคิดถึงน้องๆ ทีมชาติ ยังคิดถึงบรรยากาศทีมชาติ ก็เห็นความรู้สึกแฟนบอลในสนาม เต็มสนามและก็เชียร์กันด้วยความสนุก อาจจะมีแพ้บ้างชนะบ้างก็แล้วแต่อารมณ์ ณ วันนี้ก็คงตอบแบบแฟนบอลถามทั่วๆ ไปว่า คงไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม เข้าไปตอนนี้ก็คงเข้าไปเปลี่ยนแปลงอะไรมากไม่ได้ เพราะว่าโค้ชเขาก็ยังทำงานกันอยู่ ก็เอาเป็นว่าเมื่อถึงเวลาแล้วกันเนอะ คือตอนนี้ก็ตอบได้แค่ว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

“จริงๆ แล้วงานของชาติ พี่โก้เล่นทีมชาติมา 15 ปี มาเป็นโค้ช 5 ปี ไม่น้อยนะ ฉะนั้นอะไรที่สามารถทำให้ทีมชาติ ทำให้ประเทศชาติได้คนไทยส่วนใหญ่ไม่ปฏิเสธ

“รักและคิดถึงทุกคน พี่โก้ก็ติดตาม อย่างที่บอกว่าเราต้องมีความสุขในการทำงานของเรา ทุกวันนี้ ทุกคนก็มีความสุขในการดู ในการชมเกมส์ ในการทำงานของตนเอง อย่าไปเครียดเยอะ ช่วยกันเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ณ ตอนนี้พวกเขาอยู่ในสมรภูมิรบอยู่เขาต้องการกำลังใจ”

“วงการฟุตบอลมีอีกหลายอย่างที่จะต้องทำ คนไหนที่ทำอะไรได้ คนที่มีหน้าที่โค้ชก็ทำหน้าที่โค้ชไป แต่สำคัญที่สุดคือระเบียบวินัยของตัวเอง ซื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่การงานแล้วมีความมุ่งมั่นทุ่มเท ไม่มีผิดไม่มีถูก อะไรที่ถูกก็อาจจะไม่ผิดในอนาคตก็ได้ ฉะนั้นเราค่อยๆ เดินไปด้วยกัน อยากเห็นทุกคนมีรอยยิ้ม”

ไทยแพ้อินเดียในรอบ 33 ปี ปรากฏการณ์ก้าวถอยหลังที่คนพูดถึง!!

“ประวัติศาสตร์มีไว้ทำอะไรบ้าง ทำลายหรอหรือยังไง คือเราไม่เคยแพ้เขามาก็จริงอินเดีย แต่เราต้องไม่ประมาท ฉะนั้นทุกคนช็อกไหม แฟนบอลช็อกแน่นอน พี่โก้ล่ะช็อกไหมก็ช็อกเพราะว่าวันที่แข่งพอดีไปส่งลูกไปเรียนที่อังกฤษก็ไม่ได้ดูเกมส์ปรากฏว่าน้องๆ ตรม.เดินมาบอกว่าตอนนี้สกอร์ 1:3 เราก็คิดว่าไทยนำอยู่ 3:1 ปรากฏว่าตามหลังอยู่ 1:3 ก็ช็อกเพราะอะไรเพราะว่าฟุตบอลมันเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นการที่เราอยากเป็นแฟนบอลเราต้องพร้อมรับกับทุกสถานการณ์ แต่มันทำให้เรารักทีมชาติไทยน้อยลงไหม

“อันนี้พวกเรากลับไปคิดนะว่าเวลาบอลแพ้มีใครอยากแพ้ไหม น้องๆ นักฟุตบอลอยากแพ้ไหม โค้ชอยากแพ้ไหมคนที่อยู่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลไทยอยากแพ้ไหม ไม่อยากแพ้ใช่ไหม แต่มันทำให้เสียความรู้สึกแค่นั้นเอง แต่เราจะทำไง ก็จะต้องให้กำลังใจใช่ไหม ตอนนี้น้องๆ อยู่ที่นั้นเขาต้องการกำลังใจถูกไหมครับ”

“ทำไมต้องช็อกแพ้อินเดีย เพราะเราไม่เคยได้เข้ามาไง 30 กว่าปี แต่นั้นเป็นอดีตแต่เราต้องอยู่กับปัจจุบัน เราไปถามกันเองไหมล่ะว่าวันนี้เราแพ้อินเดียได้เหมือนพี่โก้ทำทีมแพ้ญี่ปุ่นได้ แพ้ซาอุได้ แพ้ทุกทีมได้ เราแพ้มาเลได้ เราแพ้ทีมอื่นได้ถ้าเราประมาทฉะนั้นวันนี้เราทำฟุตบอลต้องไม่ประมาท ให้เกียรติคู่ต่อสู้ถึงแม้เรารู้แล้วว่าเราจะชนะแน่ในวันนี้”

“ฉะนั้นเวลาตอนนี้เป็นช่วงสถานการณ์ที่เลวร้ายสำหรับน้องๆ นักฟุตบอล เกมส์ที่เหลือข้างหน้าเราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำยังไง เราก็พยายามส่งกำลังใจไปให้ว่า กว่าจะผ่านไปถึงรอบนี้ กว่าจะเข้ารอบ 12 ปี เราได้เข้าเอเชี่ยนคัพมันไม่ได้มาอยู่ดีๆ เขาเชิญทีมชาติไทยเข้าไปนะ พวกเราช่วยกันทำมานะฉะนั้นความพ่ายแพ้ก็ต้องลืมและรีบทิ้ง ทำให้เต็มที่ เพราะแฟนบอลพร้อมที่จะสนับสนุนอยู่

“เราต้องเชียร์บอลไทย รักบอลไทย ก็ต้องสนับสนุนบอลไทย อย่าใช้ความรุนแรงอย่าสาดเสีย สาดเทใส่กัน อย่าด่าหยาบคาย อย่าใช้คำพูดที่มันทิ่มแทงฆ่ากัน บางครั้งคำพูดมันรุนแรง มันไม่ดีหรอกฉะนั้นบอลแพ้ชนะเป็นเรื่องของเกมส์กีฬา แต่ไม่ใช่รบราฆ่าฟันกัน ฉะนั้นเราต้องทำวงการฟุตบอลให้มีรอยยิ้ม ทะเลาะกันไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะอยู่ในสังคมเดียวกัน

“นอกจากนี้แล้วการแพ้ชนะเป็นจังหวะของฟุตบอลมากกว่า เมื่อไหร่ชนะคนก็เฮ วันนี้แพ้ต้องหาคนที่เป็นเพื่อนหน่อย ตอนที่แพ้ไม่มีใครเป็นเพื่อนหรอก แต่ถ้าชนะเพื่อนเยอะ ฉะนั้นวันนี้น้องๆ เขาต้องการเพื่อน ทีมชาติไทยต้องการแฟนคลับ”

ทีมชาติไทย โค้ชไทย vs โค้ชนอก!!

“จะโค้ชไทยโค้ชนอกขึ้นอยู่ว่าใครที่เป็นเชฟที่ปรุงอาหารอร่อยที่สุด นักเตะก็คือวัตถุดิบ ใครจะเอาวัตถุดิบมาปรุงให้เจ๋ง เจ๋งก็คือโอ้โห้เล่นมันเล่นสนุก ชนะ แพ้ได้ใจอะไรประมาณนี้ นั้นคือคำตอบ ฉะนั้นเราไม่ต้องถามแล้วว่าจะเป็นโค้ชไทยหรือโค้ชนอกโค้ชคนไหนที่นำวัตถุดิบที่เรามีอยู่ โค้ชเก่งๆ วัตถุดิบไม่ดีก็ไปไม่รอด โค้ชไม่เก่งวัตถุดิบดีก็ไปรอด มันก็เอื้อกัน

“วันนี้เราอย่าคิดว่าเป็นความล้มเหลว เราคิดว่ากว่าที่จะประสบความสำเร็จเราต้องมีอุปสรรค โค้ชทุกคนมีดีหมดแต่เขาต้องดึงศักยภาพของผู้เล่นไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โค้ชต่างชาติเขาก็เก่งในเรื่องของแท็กติก จิตวิทยาหรืออะไรก็แล้วแต่ โค้ชไทยแท็กติกก็ไม่ด้อย จิตวิทยาก็ไม่ได้ขี้เหล่ หรือการสื่อสารโค้ชไทยจะสื่อสารได้ดีกว่า โค้ชนอกอาจจะใช้ล่าม หรือตอนนี้นักเตะไทยก็เก่งภาษาอังกฤษ ฟังรู้เรื่อง เขาเรียกว่า Football language หมายความว่าภาษาฟุตบอลมันเป็นศัพท์เทคนิกอยู่แล้วไม่ต้องแปลอะไรเยอะแยะอยู่แล้ว

“ในทีมต้องมีความสมัครสมานสามัคคี มีการทำงานร่วมกัน เก่งจากสโมสรมาเล่นทีมชาติไม่ได้ก็มี เก่งจากทีมชาติมาเล่นสำรองหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่มีสูตรตายตัว เรารักที่จะเชียร์ เรารักที่จะดู เราต้องพร้อมที่จะรับกับทุกสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น วันนี้อย่าเฟล อย่ามีความรู้สึกผิดหวังเจ็บใจ ฟุตบอลไทยต้องเดินไปข้างหน้า

“ทิศทางของช้างศึกควรที่จะไปอย่างไรต่อ ไปนั้นก็ไปตามทางของมัน มี ทัวร์นาเมนต์อยู่เยอะแยะที่ไม่สิ้นสุด เราก็จัดเตรียมพร้อมในทุกทัวร์นาเม้น อย่าเอาความรู้สึกของแฟนบอลมาเล่นๆ เพราะแฟนบอลเขาอยากเห็นสิ่งที่ดีที่สุด”

“บอลไทยไปบอลโลก” คำที่แฟนบอลเรียกร้อง

“คำว่าบอลไทยไปบอลโลกยังเป็นไปได้อยู่ไหมนั้น แน่นอนว่า เป็นไปได้ ๆ ตราบใดที่เรายังรักกีฬาฟุตบอล และการเป็นโค้ชรู้ว่ามันเป็นไปได้ ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ก็เต็มที่มาไกลแล้ว อย่างน้อยก็มีอะไรติดมือหน่อย อย่างน้อยก็ได้สู้ว่าเราแพ้ชนะเพราะอะไร แต่ถ้าเราไม่สู้ ถอยใจปอดหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่มีใครปอดหรอก เอาให้เต็มที่ เอาใจลงไปเล่น เล่นเพื่อคนไทย พี่โก้เป็นกำลังใจให้”

“อุปสรรคสำคัญบอลไทยทำไมไปไม่ถึงบอลโลกสักที คำถามที่หลายคนก็ถาม อดีตกุนซือช้างศึกกลับตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พร้อมแววตาเปล่งประกายด้วยความคาดหวัง”

“คือคนทุกคนคิดว่าต้องไปบอลโลกชุดใหญ่ แต่พี่บอกว่าวันนี้เราต้องทำยังไงให้ บอลโลกมีสามทัวร์นาเมนต์ใหญ่คือ 17 ปีชิงแชมป์โลก 20 ปี ชิงแชมป์โลก แล้วก็ชุดใหญ่ แล้วมีโอลิมปิกมาขั้นตอนอายุ 23 ปี ฉะนั้นการที่จะไปบอลโลกต้องไปตอนเด็กก่อน ตอนเด็กเราต้องไปสม่ำเสมอ ฉะนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับแนวทาง วิธีการในการสมาคมที่จะต้องทำงาน ฉะนั้นพวกเราเป็นแฟนบอลเราก็อยากจะไปบอลโลกทุกชุด ฉะนั้นวันนี้เราพูดกันในฐานนะที่เป็นแฟนบอลพี่ก็อยากเห็นบอลโลก 17 ปีไป 20 ปีไป 23 ปี ไปโอลิมปิก ชุดใหญ่ค่อยมาว่ากัน”

“ความคาดหวังแฟนบอล ไม่น่ากลัว เพราะว่านักเตะเขาก็มีความคาดหวังมากกว่าแฟนบอล เพราะว่าแพ้ไม่ได้ อย่างพี่โก้ทำทีมชาติพีรู้ว่าขี่หลังเสือแล้วมันต้องเป็นยังไง แต่พี่ไม่กลัวไง เพราะว่าฟุตบอลไม่มีหัวใจ เราต้องเป็นควบคุม ไม่ใช่ให้มันมาควบคุมเรา ต้องรู้จักประเมินตนเอง เหตุต้องมาก่อนผล ซ้อมดี ผลก็ต้องดี ถ้าซ้อมไม่ดี อาศัยดวงไม่ต้องพูดกัน”

ขอขอบคุณ : MGR SPORT