ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลางทีมชาติไทย เผยความรู้สึกหลังได้ร่วมฝึกซ้อมกับทีมโออิตะ ทรินิตะ เพื่อเตรียมลุยศึกเจลีก 2019

กองกลางวัย 25 ปี ย้ายจากบีจี ปทุม ยูไนเต็ด มาร่วมทัพโออิตะ ทรินิตะ ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล ทำให้ ฐิติพันธ์ เป็นนักเตะในไทยคนล่าสุดที่ย้ายไปเล่นในลีกสูงสุดของญี่ปุ่นต่อจาก ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน และธีรศิลป์ แดงดา ล่าสุดเจ้าตัวได้เดินทางไปสมทบกับทีมลงฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่น เพื่อเตรียมลุยศึกเจลีกฤดูกาลหน้า

“รู้สึกอบอุ่นมากครับ และได้การต้อนรับเป็นอย่างดีจากเพื่อนร่วมทีมและสตาฟฟ์โค้ช ที่พยายามชวนคุย แม้ว่าเราจะเป็นต่างชาติ และล่าสุดยังชวนเราไปทานข้าวด้วย รู้สึกอบอุ่นที่ได้มาอยู่ที่นี่และได้สัมผัสการฝึกซ้อมที่เข้มข้นของทีมด้วย” ฐิติพันธ์ กล่าวเริ่ม

“ตอนนี้ถือว่ายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตที่นี่เท่าไหร่ ก็พยายามปรับตัวอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน การเดินทาง เรื่องอาหารที่เราต้องตัดจากอาหารไทยมากินอาหารญี่ปุ่น แต่ก็พยายามปรับได้เรื่อยๆ”

“การใช้ชีวิตที่นี่ค่อนข้างแตกต่างจากไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฝึกซ้อมที่ค่อนข้างซ้อมหนักกว่าเมืองไทย และการซ้อมแต่ละวันจะมีความเข้มข้นมาก เพราะฉะนั้นผมต้องเตรียมร่างกายไว้ให้พร้อมกับการซ้อมในแต่ละวันด้วย”

นอกจากนี้ ฐิติพันธ์ ยังเผยว่าได้รับคำแนะนำจาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีราทร บุญมาทัน ในการปรับตัวและใช้ชีวิตในการค้าแข้งศึกเจลีก

“ก็มีการคุยกันตลอดว่าการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นเป็นอย่างไร อย่างเจก็บอกว่าการฝึกซ้อมหนักกว่าที่ไทยแน่นอน ไม่ได้ใช้แค่ 70 เปอร์เซ็น แต่ต้องใช้ 100 เปอร์เซ็นในการซ้อมแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าปะทะ หรือจังหวะการเล่นต่างๆ ส่วนพี่อุ้มจะช่วยสอนในเรื่องการใช้ภาษาเบื้องต้น ก็เป็นเรื่องที่ผมได้เรียนรู้จาก 2 คนนี้ก่อน ทำให้ผมได้คุยกับเพื่อนในทีมได้บ้างเหมือนกัน”

“ก่อนอื่นผมจะต้องลงฝึกซ้อมให้เป็นตัวเลือกแรกของโค้ชที่จะใช้ลงในเกมนัดแรกของฤดูกาล พยายามฝึกซ้อมให้หนักกว่าเดิม เรียนรู้แท็คติคที่ใหม่สำหรับผม พยายามเรียนรู้จากโค้ช จากเพื่อนร่วมทีมให้เร็วที่สุด และอยากลงเล่นเกมแรกในเปิดฤดูกาลเจลีก และเก็บชัยชนะนัดแรกให้ได้ด้วย ฝากแฟนๆเป็นกำลังใจให้ผมและทีมโออิตะ ทรินิตะ ด้วยครับ”

สำหรับ โออิตะ ทรินิตะ มีโปรแกรมลงเล่นนัดแรกในศึกเจลีก ฤดูกาล 2019 พบกับคาชิมา อันท์เลอร์ส ในวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย

ขอขอบคุณ : FOX SPORTS Asia