ถ้าถามกันตรงๆ ว่า แชมป์รายการอีสปอร์ตใดที่ทำรายได้ให้ผู้เล่นหรือองค์กรมาที่สุด ไม่ต้องสงสัยเลยว่า The International 2018 ของ Dota 2 ถือเป็น “ที่สุดของที่สุด” จากเงินรางวัลรวมเกิน 25 ล้านเหรียญฯ (ประมาณ 800 ล้านบาท) แถมทีมผู้ชนะยังได้เงินกลับบ้านมหาศาลถึง 11 ล้านดอลล์ (ประมาณ 350 ล้านบาท)

แต่โอกาสที่จะไปถึงจุดนั้นแทบจะเป็นไปได้ยาก เพราะแม้แต่ทีมโดต้าระดับท็อปยังต้องผ่านการแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายตั้งแต่การเก็บคะแนน Circuit ระหว่างปี และหากหลังอกหักอดเข้าร่วมการแข่ง หลายต่อหลายทีมที่แบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหวก็ต้องแยกย้ายกันไปในที่สุด

คำตอบที่ว่าเล่นอีสปอร์ตอาชีพเกมใดแล้วมั่งคั่ง อาจจะต้องดูจากรายได้ที่มั่นคงหลังลดความเสี่ยงจากสมการให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งคำตอบที่ได้ถูกรวมอยู่ในลีกอีสปอร์ตอาชีพ ที่มีรูปแบบการจ้างผู้เล่นในระยะยาวแบบปีต่อปี

 

กีฬาอีสปอร์ตกีฬาอีสปอร์ต OG แชมป์ TI8 เป็นตัวอย่างของทีมที่ผู้เล่นแบ่งเงินกันได้อย่างอิสระ เพราะไม่มีจำของ แต่ทีมที่มีบริษัทลงทุนอยู่เบื้องหลังล่ะ?

พื้นฐานรายได้ผู้เล่น

ก่อนจะพูดถึงรายละเอียดตัวเลข ขอเล่าเรื่องที่บางคนอาจยังไม่ทราบว่า การบริหารทีมอีสปอร์ตในต่างประเทศนั้น เงินรางวัลจากการแข่งจะไม่ได้เข้ากระเป๋านักกีฬา แต่ถูกเก็บเข้าต้นสังกัด โดยต้นสังกัดจะเป็นผู้จ่ายเงินเดือน (+โบนัส) ให้นักกีฬา ทำให้รูปแบบการจ้างงานแทบไม่ต่างจาก “พนักงานบริษัท”

และเหตุผลที่ Dota 2 ไม่ได้ครองแชมป์อีสปอร์ตที่มีค่าจ้างแพงที่สุด เนื่องจากต้นสังกัดจะมีหลักการจ่ายเงินที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจาก Valve ไม่ได้กำหนดอัตราการจ่ายเงินที่ตายตัว แต่ละทีมจึงมีมาตรฐานไม่เท่ากัน ยกตัวอย่าง Team Liquid ทีม Dota 2 ชื่อดังอาจมีการกำหนดค่าเหนื่อยผู้เล่นไว้ที่ 250,000 – 500,000 บาท/เดือน ขณะที่ทีมในไทยจะมีค่าแรงเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 15,000 บาท ส่วนนักกีฬาของ Boom.ID ทีมดังจากอินโดนีเซียจะมีเงินเดือนอยู่ที่ 5,000 – 10,000 บาท ซึ่งวงการ CS:GO ก็มีรูปแบบการจ่ายค่าเหนื่อยที่กระจัดกระจายไม่แพ้ Dota 2

Dota 2  (277,341.67-554,683.33 บาท/เดือน)
‘Victor Goosens’ หนึ่งในผู้บริหาร Team Liquid ทีมดังแห่งวงการโดต้าทู ที่ว่ากันว่าได้เงินเดือนเฉลี่ยสูงเป็นอันดับต้นกล่าวว่า “เงินรางวัล TI7 จำนวน 10 ล้านดอลล่าร์จะถูกแบ่งสรรปันส่วนออกเป็น 8 ก้อน เพื่อกระจายไปยังส่วนต่างๆ ขององค์กร ซึ่งหนึ่งในนั้นจะถูกแจกจ่ายเป็นโบนัสให้ผู้เล่น โดยทั่วไปแล้วค่าจ้างของผู้เล่นในแต่ละปีจะอยู่ระหว่าง 100,000-200,000 ดอลล่าร์ อย่างไรก็ดี ผู้เล่นเหล่านี้จะได้รับการดูแลอย่างดีจากผู้ฝึกสอนของทีม รวมไปถึงได้รับการอำนวยความสะดวกในเรื่องของอุปกรณ์การซ้อมทุกๆ อย่างตามที่ต้องการ” นั่นหมายความว่า เฉลี่ยแล้วผู้เล่นอดีตแชมป์โลก Dota 2 เมื่อปีก่อนมีเงินเดือนอยู่ระหว่าง 277,341.67 – 554,683.33 บาท

Overwatch (222,982.70 – 332,810 บาท/เดือน)
โดยพื้นฐานแล้วกฎของ Overwatch League ได้ระบุไว้ว่า แต่ละทีมต้องให้ค่าเหนื่อยผู้เล่นแบบไม่รวมโบนัสขั้นต่ำที่ 50,000$/ปี หรือ 4,166$/เดือน (หรือ 138,670 บาท/เดือน) แต่นักข่าวชาวเกาหลีใต้เคยขุดคุ้ยจนพบข้อมูลว่า ผู้เล่นเกาหลีที่เซ็นสัญญากับทีมในลีกสูงสุดจะได้เงินเดือนเฉลี่ยประมาณ 6,700 – 10,000$ (222,982.70 – 332,810 บาท) ทีเดียว

CS:GO (232,967 – 332,810 บาท/เดือน)
ปีก่อน ‘Richard A. Lewis’ นักข่าวอีสปอร์ตที่เคยทำงานเป็นพิธีกร ELEAGUE ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า ผู้เล่นทั่วไปที่เพิ่งเลื่อนระดับฝีไม้ลายมือและความดังขึ้นไปสู่ระดับเมเจอร์ใหม่ๆ จะได้เงินเดือนอยู่ที่ 4,000 – 6,000$ (ประมาณ 133,124 – 199,686 บาท) ส่วนนักกีฬาระดับท็อปส่วนใหญ่จะมีฐานเงินเดือนอยู่ระหว่าง 7,000 – 10,000$ (ประมาณ 232,967 – 332,810 บาท)

นั่นหมายความว่า เมื่อเอาค่าตัวเฉลี่ยกันจะทำให้เงินเดือนของ CSGO และ Dota 2 ถือว่าธรรมดามาก หากเทียบกับ LoL ของ Riot และ Overwatch League ของ Blizzard ที่กำหนดให้แต่ละทีมต้องจ่ายเงินผู้เล่นที่ “150,000 ดอลล่าร์/ปี” และมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กีฬาอีสปอร์ต

ถึงแม้ TEAM LIQUID จะเป็นสังกัดโดต้าทูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทีมหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับวงการ LOL สถานะรายได้ของพวกเขากับอยู่ในระดับกลางๆ เท่านั้น

 

หันกลับมาดูที่เกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นประเทศที่วงการอีสปอร์ตแบ่งบานมากที่สุดในโลกอย่างเกาหลีใต้จะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมความบันเทิงใหม่นี้มีมาตรฐานการการจ่ายเงินเดือนที่สูงมิใช่น้อย

โดยนักแข่งส่วนใหญ่ที่ร้อยละ 37.2 มีเงินเดือนประมาณ 46,750 บาท – ไม่เกิน 114,116 บาท

ร้อยละ 25.6 มีเงินเดือน เกินกว่า 114,116 บาท – ไม่เกิน 231,250 บาท

ร้อยละ 16.3 (กลุ่มแรก) มีเงินเดือน เกินกว่า 231,250 บาท – ไม่เกิน 462,500 บาท

ร้อยละ 16.3 (กลุ่มที่สอง) มีเงินเดือน เกินกว่า 462,500 บาท – ไม่เกิน 1,153,000 บาท

และ สุดท้าย ผู้เล่นระดับแม่เหล็ก ร้อยละ 4.7 (ประมาณ 20 คน เท่านั้น) ที่มีเงินเดือนมากกว่า 1,153,000 บาท

 

กีฬาอีสปอร์ต

 

ซึ่งนักแข่งทั้งหมดมาจาก Playerunknown’s Battlegrounds Korea League (148 คน) รองลงมาได้แก่ Overwach Contender (92 คน) การแข่งโอเวอร์วอร์ชที่ป้อนสตาร์มากมายสู่ลีกสูงสุดที่สหรัฐฯ ถัดมาคือ League of Legends Champions Korea หรือ LCK (82 คน) ลีกโมบ้าที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ถัดมาเป็น LoL Challengers Koreaหรือ CK (58 คน) ลีกรองของ LCK สุดท้ายเป็น เกมอื่นๆ รวมกันได้ 41 คน

อย่างไรก็ดี นักแข่งเกมที่มีเงินเดือนมากที่สุดซึ่งดึงค่าเฉลี่ยรายได้ของนักแข่งแดนกิมจิให้สูงขึ้นนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คนๆ นั้น คือ  “Faker” (Lee Sang-hyeok) ที่รับเงินจาก SK Telecom T1 ทีมดังใน LCK  ที่เดือนละ 2.2 แสนดอลล่าร์ (ประมาณ 6.7 ล้านบาท) แถมนักแข่งผู้ได้รับฉายาว่า “พระเจ้า” รายนี้ ยังเป็นนักแข่งเกมที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกอีกด้วย

CR. esportscircles.com